
สมชัย บุญนำศิริ ผู้นำกองทุนในประเทศดีที่สุด
...เจียรนัย อุตะมะ
“
สมชัย บุญนำศิริ” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย ที่นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนี้มา ทำให้ บลจ.แห่งนี้รับรางวัลมาตลอด นับตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาเป็นผู้นำจนถึงปัจจุบัน รางวัลล่าสุดที่ได้รับในปีนี้คือกองทุนที่ดีที่สุดในประเทศไทย จาก นิตยสาร เอเชียน อินเวสเตอร์ นิตยสารของอังกฤษ และกองทุนเปิดกรุงไทยผสมเพื่อการเลี้ยงชีพได้รับรางวัลกองทุนประเภทผสมผลงานดีที่สุดรอบ 3 ปี จากลิปเปอร์ จากปี 2551 ได้รับ 3 รางวัลจากลิปเปอร์ เอเชียคือ กลุ่มกองทุนตราสารหนี้ดีที่สุด กองทุนตราสารหนี้ดีที่สุดระยะ 3 ปี และกองทุนตราสารหนี้ดีที่สุดระยะ 5 ปีสำหรับรางวัลล่าสุดคือ กองทุนที่ดีที่สุดในประเทศนั้น
“สมชัย” เชื่อว่า เนื่องมาจากประการแรก มีการออกกองทุนร่วมกับกองทุนต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ โดยปีที่แล้วร่วมกับซิตี้แบงก์ออกกองทุน 4 กองทุน และปีนี้เพิ่งร่วมกับซิตี้แบงก์ออก 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดเคแทม ออยล์ ฟันด์ และกองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เมทัล แอนด์ ไมน์นิ่ง ฟันด์ประการที่สอง มีการขยายสินทรัพย์ที่หลากหลาย โดยเป็นผู้บริหารกองทุนอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มทีซีซี ของ
“เจริญ สิริวัฒนภักดี” แล้วยังมีการออกกองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้ 5 หมื่นล้านบาทเพื่อลงทุนตราสารหนี้ กองทุนตะวันออกกลางที่ออกก่อนวิกฤตดูไบเวิลด์“
เขาทราบว่าเราออกก่อนดูไบเวิลด์และไม่ลงทุนในดูไบเลย เพราะฝ่ายวิจัยของเราประเมินว่ามีความเสี่ยง เขาเห็นว่ากองทุนเรามีพัฒนาการ ปี 2552 ได้รางวัลจากลิปเปอร์ ปีนี้ได้อีก”นับได้ว่าภาพของ บลจ.กรุงไทย เครือธนาคารรัฐวิสาหกิจอย่างธนาคารกรุงไทยเปลี่ยนไปจากเดิมมากจาก บลจ.ที่ไม่มีผลงานปรากฏต่อสาธารณชนนอกจากเป็นกลไกของรัฐ มาเป็น บลจ.ระดับสากล
“
สมชัย” เพิ่งเข้ามาเป็นผู้นำองค์กรนี้เมื่อเดือน พ.ย. 2550 ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหา หลังจากเข้ามาชิมลางเป็นประธานคณะกรรมการ บริหารความเสี่ยง สมัยที่ “ศรีภพ สารสาส” เป็นกรรมการผู้จัดการ“
เรารู้ศักยภาพบริษัทมีมาก ถ้าเข้ามาทำเต็มตัวสามารถทำได้” ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านงานทั้งสถาบันการเงิน ธนาคารต่างประเทศและในประเทศมาก่อนเขาเล่าว่า หน้าที่ของกรรมการผู้จัดการคือ ดูภาพใหญ่ ขาดอะไร ไม่ได้ทำตรงไหน ตรงไหนทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรต้องประสานงานกับธนาคารแม่ ใช้สาขาที่มีอยู่ของธนาคาร 800900 สาขาอย่างเต็มที่หรือยัง ตรงไหนขาด สรรหาคนที่มีความรู้ความชำนาญมาร่วมงาน ด้านการบริหารกองทุนปล่อยให้ประธานเจ้าหน้าที่ลงทุนดูแล
หน้าที่ของ
“สมชัย” คือ ประธานคณะกรรมการลงทุน โดยบริษัทใดจะลงทุนต้องผ่านคณะกรรมการนี้ และมีฝ่ายวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลออกมา สำหรับจังหวะเข้าออกกองทุนนั้นประธานเจ้าหน้าที่ลงทุนดูแลนอกจากนั้น
“สมชัย” ยังดูการตลาด เดิมทีมุ่งเน้นช่องทางขายผ่านสาขาธนาคารแม่ เขาเริ่มตั้งสายงานดูแลช่องทางการขายอื่น จนปัจจุบันโบรกเกอร์ทั้งหมดเป็นเอเยนต์ของ บลจ.กรุงไทย ธนาคารต่างประเทศ 3 แห่งคือ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ซิตี้แบงก์ และดอยช์แบงก์ รวมถึงบริษัทประกันภัยเรียกได้ว่าในเครือธนาคารใหญ่ทั้งหมด บลจ.แห่งนี้ขายผ่านช่องทางอื่นมากที่สุดประมาณ 1617% ของทั้งระบบ
“
คิดว่าแม้จะมีการขายที่แน่นอน แต่ทำไมไม่ใช้ให้เต็มที่ เราเริ่มสองปีมาแล้ว อย่างการขายผ่านธนาคารต่างชาติไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ต้องผ่านการประเมินว่าระบบการจัดการกองทุนบริหารความเสี่ยงได้มาตรฐานของเขาหรือไม่ ถ้าได้แล้วเท่ากับการันตีกองทุนเราไปในตัว”ทั้งนี้ หากมาตรฐานผ่านแล้วก็สบาย อย่างเช่น ซิตี้กรุ๊ป ที่มีนโยบายว่าจะขายกองทุนให้ บลจ.ไม่เกิน 3 ที่เท่ากับจำกัดคู่แข่งไปในตัว
“
สมชัย” นั้นโชกโชนในวงการการเงินมานาน โดยนับตั้งแต่จบปริญญาโทคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิกตอเรียแห่งรัฐแมนเชสเตอร์ อังกฤษ ก็เริ่มงานแรกเป็นผู้จัดการฝ่ายที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (บงล.) สินเอเซีย จากนั้นไปเป็นผู้จัดการกลุ่มสถาบันการเงินธนาคารซิตี้แบงก์ สาขากรุงเทพ ประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักปริวรรตเงินตรา ธนาคารมหานคร กรรมการผู้จัดการบงล.วอลล์สตรีท กรรมการผู้จัดการบริษัท อยุธยา ดีเวลลอปเม้นท์ ลีสซิ่ง ประธานกรรมการบริษัท วอลล์สตรีท ทัลเลทท์ พรีบอนน์ ก่อนที่จะมาอยู่ที่ บลจ.กรุงไทย“
ปลายปี 25512552 ผมสร้างทีมเข้ามาเสริมจากทีมเดิมของกรุงไทย โดยดึงมืออาชีพจาก บลจ.อื่นเข้ามาช่วยบริหารและดูแลช่องทางขาย หน้าที่ผมควรเสริมให้เครื่องจักรเดินได้ไม่ติดขัด เพิ่มศักยภาพให้มากขึ้น เสมือนเราปลูกต้นไม้และรอวันเติบโต”ยามว่างชายคนนี้เรียบง่าย ชอบดูหนังตามโรงภาพยนตร์กับลูกชาย รับประทานข้าวด้วยกัน อ่านหนังสือ เช่น กรีน สแปน เลห์แมน บราเธอร์ส และนวนิยายประเภทลึกลับ สืบสวนสอบสวน หรือไปต่างจังหวัด
เขาเป็นพ่อลูกสาม คนโตเป็นผู้หญิงวัย 27 ปี จบวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กำลังเรียนภาษาจีนที่ปักกิ่ง และทำธุรกิจด้านเสื้อผ้า คนกลางเป็นชายวัยเบญจเพส เรียนต่างประเทศตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ 3 จบปริญญาโทจากอังกฤษ และบุตรชายคนเล็กกำลังเตรียมมาเรียนต่อปริญญาโท
เรียกได้ว่าครอบครัวดีเพราะได้แบบอย่างที่ดี...







