
ห่วงโซ่ผลิต ยานยนต์อาเซียน (2)
โดย...สดุดี วงศ์เกียรติขจร
โดย...สดุดี วงศ์เกียรติขจร
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาในการพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทย คือ การเชื่อมโยงระบบการผลิตของอุตสาหกรรมเข้ากับเครือข่ายการผลิต และห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค
เมื่อวิเคราะห์ภาพรวมห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาค พบว่าประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีพัฒนาการของอุตสาหกรรมจนสามารถสร้างระบบการผลิตที่มีขนาดใหญ่ได้ มีเพียงไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยฐานการผลิตในห่วงโซ่การผลิตของภูมิภาคจำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มประเทศนี้
ขณะที่สิงคโปร์โดดเด่นด้านการวิจัยและพัฒนา การออกแบบ การควบคุมคุณภาพสินค้า การพยากรณ์ความต้องการของตลาด การพัฒนาตลาด การพัฒนาตราสินค้า การบริการด้านการขาย และการจัดหาแหล่งเงินทุน ส่วนประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ เช่น บรูไน กัมพูชา สปป.ลาว และพม่า เป็นเพียงประเทศที่จำหน่ายวัตถุดิบสำหรับการผลิตในอุตสาหกรรมสนับสนุนเท่านั้น เช่น อุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ เครื่องหนัง และเคมีภัณฑ์และพลาสติก
จะเห็นว่าไทยมีศักยภาพในการผลิตสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนอย่างมาก เปรียบเสมือนผู้นำภายใต้ห่วงโซ่การผลิตของภูมิภาคที่ประกอบด้วยโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ครบวงจร
อย่างไรก็ตาม ในการผลิตของอุตสาหกรรมยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย ตั้งแต่กิจกรรมการออกแบบ การผลิตชิ้นส่วน และการประกอบรถยนต์ ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมในอนาคต ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับต้นทุนการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนของวัตถุดิบ ค่าจ้างแรงงาน และต้นทุนด้านพลังงานที่ปรับสูงขึ้น
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยผลักดันให้ไทยต้องพยายามเพิ่มบทบาทของกิจกรรมที่สร้างมูลค่าการผลิตมากขึ้น โดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนา การคิดค้นนวัตกรรม และการออกแบบยานยนต์ เพื่อเตรียมความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อไป
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยอาจใช้ประโยชน์จากการร่วมทุนกับธุรกิจต่างชาติ เช่น การรวมธุรกิจ และการร่วมทุนทางธุรกิจ เพื่อใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญทั้งในด้านองค์ความรู้และการบริหารจัดการ รวมถึงศักยภาพของแรงงานทักษะ โรงงาน เครื่องจักร และเทคโนโลยีการผลิต ของนักลงทุนที่ร่วมทุนด้วย ทำให้สามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมได้ในระยะยาว







