
ซีอีโอใหม่ ‘ไทยออยล์’ ยึดหลักพระราชดำรัส
“อธิคม เติบศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ของ บริษัท ไทยออยล์ (TOP) วัย 53 ปี จบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ สาขาการเงินและการค้าระหว่างประเทศ เกียรตินิยมระดับ High Distinction Armstrong University สหรัฐอเมริกา
“อธิคม เติบศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ของ บริษัท ไทยออยล์ (TOP) วัย 53 ปี จบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ สาขาการเงินและการค้าระหว่างประเทศ เกียรตินิยมระดับ High Distinction Armstrong University สหรัฐอเมริกา
เริ่มต้นชีวิตการทำงานในวงการปิโตรเลียมและปิโตรเคมีกับการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย รับผิดชอบส่วนงานตลาดก๊าซธรรมชาติ ที่ขณะนั้นยังไม่ได้รับความนิยมใช้เท่ากับปัจจุบัน มีการใช้เฉพาะภายในโรงไฟฟ้าเท่านั้น จากนั้นมีโอกาสย้ายมาทำงานสายปิโตรเคมี ที่เป็นโรงงานอะโรเมติกส์แห่งแรกของไทย บริษัทอะโรเมติกส์ (ประเทศไทย) ทำโครงการต่างๆ ของบริษัทก่อนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และก่อนที่จะควบรวมกิจการจนกลายเป็นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ในปัจจุบัน
เขาผ่านประสบการณ์งานบริหารปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์และโรงกลั่นน้ำมัน นั่งเก้าอี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ บริษัท ปตท. (PTT) ดูแลงานภาพรวมด้านปิโตรเคมีและการกลั่น ในงานพอร์ตการลงทุนของกลุ่มดูความสมดุลระหว่างนโยบายกับภาคปฏิบัติของบริษัทลูกในกลุ่ม ก่อนจะมานั่งเป็น
หัวเรือใหญ่ของ TOP ในเดือน ต.ค. 2557
ความยากง่ายของงานแต่ละสาย มีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความคาดหวังของของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจ ถือหุ้นใหญ่โดยกระทรวงการคลังและเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติ จะมีความคาดหวังเรื่องการสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับประเทศ แต่เมื่อมาทำงานในบริษัทที่ PTT ถือหุ้นและจดทะเบียนใน ตลท. จะมีผู้ถือหุ้นรายย่อยผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจะมีความคาดหวังที่แตกต่างกันไป
อย่าง TOP ซึ่งมี PTT เป็นผู้ถือหุ้นสัดส่วน 49.1% ที่เหลือถือโดยนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในฐานะผู้บริหารต้องทำงานต้องปรับให้เข้ากับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้แต่ละฝ่ายที่ต่างกัน และปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงานของแต่ละองค์กรที่แตกต่างกัน
TOP ดำเนินกิจการมานาน 53 ปี ถือเป็นโรงกลั่นแห่งแรกของไทยและมีกำลังการกลั่นสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศ ที่ประมาณ 2.75 แสนบาร์เรล/วัน
ขณะเดียวกัน TOP มีโอกาสที่จะสร้างห่วงโซ่ศึกษาให้เข้าไปใกล้ลูกค้ามากขึ้นทั้งในธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน เช่น ค้าปลีก เพราะตลาดน้ำมันในประเทศยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีก และการเพิ่มเกรดผลิตภัณฑ์เดิมในสายปิโตรเคมีไปสู่มือผู้บริโภค เช่น สารผสมผงซักฟอก ซึ่งโรงงานกำลังก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2558 นี้
การทำงานของอธิคม ยึดกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา โดยมีแนวคิดว่าการทำงานในเรื่องใดๆ ต้องเข้าใจเรื่องนั้นให้ลึกซึ้งก่อน ส่วนการเข้าถึงคือการเข้าไปศึกษารายละเอียดเงื่อนไข ข้อมูลต่างๆ ก่อนที่จะเข้าไปลงมือทำเพื่อพัฒนาหรือปรับปรุง ซึ่งทำให้ผลของงานสัมฤทธิผลได้ดี







