posttoday
แหล่งเงินสำรองกับโอกาสการลงทุน ที่เข้ามาในแต่ละช่วงของชีวิต

แหล่งเงินสำรองกับโอกาสการลงทุน ที่เข้ามาในแต่ละช่วงของชีวิต

25 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...จันทร์ฉาย  อังศมาพร

โดย...จันทร์ฉาย  อังศมาพร

เมื่อพูดถึงแหล่งเงินสำรอง มีทั้งเงินสำรองที่ต้องมีระยะเวลาในการสะสม และไม่มีระยะเวลาในการสะสม

แหล่งเงินสำรองที่ต้องมีระยะเวลาสะสม ได้แก่ เงินสะสมในรูปแบบของเงินฝาก ทองคำ กองทุนรวม หุ้นพื้นฐานดี รวมไปถึงกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีการจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตมาไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือกรมธรรม์ที่เริ่มมีมูลค่าเวนคืน บ้านหรือที่ดินที่ผ่อนหมดแล้ว หรือจ่ายคืนเงินต้นไปมากกว่า 20% เงินออมและเงินลงทุนในรูปแบบของเงินฝาก เงินลงทุนในกองทุนรวม รวมไปถึงหุ้นที่มีการลงทุนเป็นเวลานาน จนมีส่วนสะสมของกำไรจากราคาที่เพิ่มขึ้น

ส่วนแหล่งเงินสำรองที่ไม่ต้องการระยะเวลาสะสม ได้แก่ สินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อาทิ บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) สินเชื่อที่ใช้บุคคลค้ำประกัน โอกาสในการลงทุนในแต่ละรอบปีที่ผ่านเข้ามา จำเป็นต้องใช้แหล่งเงินสะสมอย่างเหมาะสม เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยจากแหล่งเงินสำรองดังกล่าว เพื่อสร้างฐานะและความมั่งคั่งในอนาคต ได้นำมาแสดงดังตาราง

ผู้เขียนขอแชร์ประสบการณ์ตรง เพื่อให้เห็นภาพของการใช้แหล่งเงินสำรองกับโอกาสทองของการลงทุน ดังนี้ค่ะ

ช่วงที่มีการออกประกาศกรมสรรพากร เรื่องการลดหย่อนภาษีเรื่องการซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพในปี พ.ศ. 2544 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ตัวเองกำลังสร้างฐานะและไม่มีเงินสะสมมากนัก ผู้เขียนได้ใช้บัตรกดเงินสดยืมเงินอนาคตมาเป็นจำนวน 200,000 บาท เพื่อลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งผู้เขียนวางแผนเพื่อที่จะนำเงินโบนัสในปีถัดไปที่ผู้เขียนจะได้รับในเดือน ม.ค.

เมื่อคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่จะต้องใช้คืนสำหรับการใช้วงเงินนั้นมีความคุ้มค่าอยู่มาก เพราะได้ภาษีรายได้คืนส่วนหนึ่งในปีถัดไป และจ่ายอัตราดอกเบี้ยที่ 22% เพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น เมื่อหารเป็นรายเดือนจะอยู่ที่ 1.83% เป็นเงินจำนวน 3,666 บาท กับการได้เงินภาษีคืนที่ 50,000 บาท

ปัจจุบันเงินกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพก้อนนี้ ยังสามารถถอนมาเพื่อการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพเพื่อวัยเกษียณในรอบปีใหม่ได้อีกด้วย

สำหรับประสบการณ์สุดท้าย ช่วงนั้นมีคนมานำเสนอที่ดินที่แจ้งวัฒนะ ซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่าราคาประเมินเป็นอย่างมาก ผู้เขียนได้ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่หลายฉบับ มีฉบับหนึ่งซึ่งมีมูลค่าเวนคืนมากกว่า 400,000 บาท ผู้เขียนได้นำกรมธรรม์ดังกล่าวไปจำนำเป็นประกันที่บริษัทประกันชีวิตดังกล่าว ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงในการดำเนินการเสร็จ โดยจ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 7.875% ผู้เขียนต้องรวบรวมเงิน ซึ่งต้องใช้ประมาณ 2 ล้านบาท ปัจจุบันนี้ผู้เขียนผ่อนเงินจำนวนดังกล่าวหมดไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว และที่ดินดังกล่าวก็มีมูลค่าสูงขึ้นกว่า 30%

ดังนั้น โอกาสในการลงทุนที่จะเพิ่มมูลค่าในอนาคต จึงจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งเงินสำรองไว้เผื่อ และการใช้แหล่งเงินสำรองอย่างเหมาะสมกับกระแสรายได้ที่จะเข้ามาก็เป็นเรื่องที่ต้องวางแผน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำเป็นที่จะต้องมีวินัยในการสะสมแหล่งเงินสำรองในรูปแบบต่างๆกัน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุนรวม การซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย รวมไปถึงเงินสะสมที่อยู่ในรูปทองคำ หุ้น และเงินสดในธนาคาร

เมื่อจะใช้แหล่งเงินสำรองที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง เราจำเป็นต้องทราบแหล่งเงินรายได้ที่แน่นอน และแน่ใจว่าจะมีรายได้เข้ามาในอนาคตอันใกล้ เพื่อจะได้ไม่ใช้แหล่งเงินดังกล่าวนานเกินไป

เชื่อเถอะค่ะว่า มีแหล่งเงินสำรองเอาไว้แม้จะไม่มีโอกาสลงทุนเข้ามาก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อมีโอกาสลงทุนเข้ามาเมื่อไหร่ การมีแหล่งเงินสำรองย่อมดีกว่าแน่นอนค่ะ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่