posttoday
เจาะ 4 ตลาดใหม่ เสริมแกร่งทุนไทยในต่างแดน

เจาะ 4 ตลาดใหม่ เสริมแกร่งทุนไทยในต่างแดน

19 กุมภาพันธ์ 2558

ยุทธศาสตร์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้เน้นผลักดันให้นักธุรกิจไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ยุทธศาสตร์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้เน้นผลักดันให้นักธุรกิจไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยมีอาเซียนเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก พร้อมกับมีเป้าหมายรองนอกภูมิภาค เช่น บังกลาเทศ คาซัคสถาน ปากีสถาน และศรีลังกา ซึ่งเป็น 4 ตลาดใหม่ที่จะมาช่วยเสริมศักยภาพการทำธุรกิจให้ทุนไทยในต่างแดน

ล่าสุด บีโอไอได้จัดสัมนาเรื่อง “โอกาสลู่ทางและระเบียบการลงทุนและการทำธุรกิจใน 4 ตลาดใหม่” เพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนไทยที่ต้องการบุกตลาดนอก โดย โชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ฉายภาพรวมการลงทุนไทยในต่างประเทศว่า ในปี 2557 นักลงทุนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศมีมูลค่ารวม 1.58 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ น้อยกว่าปี 2556 ที่มีมูลค่ารวม 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 6.9% โดยเฉพาะในกลุ่ม 4 ประเทศตลาดใหม่นี้ยังมีการลงทุนไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนมองว่าอยู่ไกลและไม่ปลอดภัย ส่งผลการให้ความสนใจศึกษาข้อมูลหรือการขยายธุรกิจออกไปยังประเทศเหล่านี้ไม่ต่อเนื่อง

ทั้งที่ประเทศดังกล่าวล้วนเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจและมีศักยภาพมาก เพราะเป็นกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง หรือเฉลี่ยปีละ 6% มีทรัพยากรธรรมชาติ วัตถุดิบ แรงงานและสิทธิประโยชน์ทางภาษี (จีเอสพี) จึงเหมาะที่นักลงทุนไทยจะออกไปสร้างเครือข่ายการลงทุนเพิ่มเติม

กฤษฎา พรประภา ที่ปรึกษา บริษัท สาระกรุ๊ป ผู้ทำการศึกษาตลาดกลุ่มนี้ เล่าใหัฟังว่า คาซัคสถาน เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งน้ำมันดิบ แร่ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลคาซัคสถานเชิญชวนให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในธุรกิจพลังงานได้ จึงเป็นโอกาสของนักธุรกิจไทยที่สนใจลงทุนด้านพลังงานและปิโตรเคมีตั้งแต่ต้น-ปลายน้ำ เนื่องจากคาซัคสถานยังไม่ค่อยมีการลงทุนด้านนี้มากนัก

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่นักลงทุนไทยควรเข้าไปลงทุน ได้แก่ เกษตรแปรรูป อาหาร การทำผลิตภัณฑ์หนัง ก่อสร้าง การท่องเที่ยวและโรงแรม โดยเฉพาะการเข้าไปในลักษณะรับจ้างบริหารโรงแรม เนื่องจากคาซัคสถานยังไม่มีความพร้อมในเรื่องของบุคลากรด้านธุรกิจโรงแรม

อย่างไรก็ดี การเข้าไปลงทุนยังมีอุปสรรคเรื่องภาษา เพราะส่วนใหญ่ใช้ภาษารัสเซีย และกฎระเบียบต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย รวมทั้งการขอต่อใบอนุญาตมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน

ขณะที่ ศรีลังกา เป็นประเทศที่มีความต้องการโครงการลงทุนจากต่างชาติสูง ในด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร จึงเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนไทย นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมที่เป็นชาวพุทธคล้ายคลึงกัน ซึ่งจะทำให้มีโอกาสร่วมลงทุนหรือจับคู่ทางธุรกิจง่ายกว่าชาติอื่นๆ โดยอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ ซอฟต์แวร์ ยาง ยา และเวชภัณฑ์

ด้าน บังกลาเทศ มีศักยภาพเรื่องตลาดขนาดใหญ่ มีความต้องการซื้อสูง ค่าแรงถูกหรือประมาณ 2,300 บาท/เดือน ส่งผลให้ต้นทุนการทำธุรกิจต่ำ โอกาสลงทุนที่เหมาะสำหรับทุนไทย คือ การท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ทสปา และธุรกิจดูแลสุขภาพ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องหนัง เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้าและอาหาร แต่การเข้าไปลงทุนยังมีอุปสรรคในเรื่องของระบบโลจิสติกส์ขนส่งที่ไม่สะดวก

สำหรับ ปากีสถาน นั้น นอกจากเป็นตลาดขนาดใหญ่แล้ว ยังสามารถเป็นประตูการค้าไทยไปยังอัฟกานิสสถาน เอเชียกลาง และตะวันออกกลางได้อีกด้วย ซึ่งหมายความว่า อาหารฮาลาลจะเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับการตอบรับดีมาก เนื่องจากประเทศเหล่านี้ล้วนเป็นมุสลิม

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ทั้ง 4 ประเทศนี้ เป็นตลาดที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการลงทุนอย่างมาก และตอนนี้ถึงเวลาที่ทุนไทยจะฉวยโอกาสทองเหล่านี้

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่