
‘แบล็คร็อค’กอดเงินสดรอซื้อ
“แบล็คร็อค” ถือเงินสด ลดพอร์ตตราสารหนี้ ชี้หุ้นสหรัฐแพงไป เลือกลงทุนหุ้นญี่ปุ่นและยุโรป
“แบล็คร็อค” ถือเงินสด ลดพอร์ตตราสารหนี้ ชี้หุ้นสหรัฐแพงไป เลือกลงทุนหุ้นญี่ปุ่นและยุโรป
นายไบรอัน มิลเลอร์ รองประธานบริษัทจัดการกองทุน แบล็คร็อค ในฐานะนักกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ กองทุน BGF Global Allocation Fund ซึ่งมีนโยบายลงทุนสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก เปิดเผยว่า ในปี 2558 ตลาดหุ้นและตราสารหนี้ทั่วโลกจะมีความผันผวนสูงจากการดำเนินนโยบายของแต่ละประเทศที่มีความแตกต่างกัน ดังนั้นต้องลงทุนอย่างระมัดระวังและเตรียมเงินสดไว้เพื่อรอซื้อเมื่อราคาปรับลดลง
ทั้งนี้ เมื่อสิ้นเดือน ธ.ค. 2557 กองทุนเพิ่มน้ำหนักการถือเงินสดเป็น 19% และลดตราสารหนี้เหลือเพียง 25% จากระดับปกติที่จะถือไว้ 40% พร้อมกับลดสัดส่วนการถือหุ้นเหลือ 56% จากระดับปกติ
ที่ 60%
“ตอนนี้การถือครองตราสารหนี้หลายประเทศให้ผลตอบแทนเป็นลบ เพราะฉะนั้นจึงเปลี่ยนมาถือเงินสดดีกว่า เพราะนอกจากจะเป็นการป้องกันความผันผวนแล้วยังสามารถหาจังหวะซื้อของถูกได้ นอกจากนี้ 70% ของพอร์ตจะถือเป็นเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องจากค่าเงินเยนและยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งหากไม่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนลดลง” นายไบรอัน กล่าว
นายไบรอัน ยังกล่าวอีกว่า กองทุนลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นสหรัฐ เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นสหรัฐอยู่ในระดับที่แพงเกินไปแล้ว แต่เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น ยุโรป และตลาดเกิดใหม่มากขึ้น โดยเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ
“เราชอบหุ้นญี่ปุ่นมากที่สุด เพราะราคายังถูกอยู่ ขณะที่รัฐบาลอัดฉีดเงินเข้าระบบ เช่นเดียวกับยุโรป ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดหุ้น และยังได้ผลดีจากเงินอ่อนค่าทำให้บริษัทข้ามชาติมีรายได้มากขึ้น” นายไบรอัน กล่าว
สำหรับกองทุน BGF Global Allocation Fund เป็นกองทุนหลักของกองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น บริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย







