posttoday
ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ พ.ค.ดิ่ง 94.7

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ พ.ค.ดิ่ง 94.7

17 มิถุนายน 2553

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.ปรับตัวลดลงเหลือ 94.7 ผลจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ผู้ประกอบการหยุดทำงาน ปริมาณการผลิตลดลง

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.ปรับตัวลดลงเหลือ 94.7 ผลจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ผู้ประกอบการหยุดทำงาน ปริมาณการผลิตลดลง

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนพ.ค. 2553 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนพ.ค.อยู่ที่ระดับ 94.7 ปรับตัวลดลงจากเดือนเม.ย.ที่ระดับ 99.3 ซึ่งเป็นการปรับลดลงทั้งด้านดัชนียอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ โดยปรับตัวลดลงต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 ที่มีค่าดัชนี 95.9

ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในเดือนพ.ค. ประกอบกับรัฐบาลประกาศวันหยุดราชการพิเศษหนึ่งสัปดาห์ ทำให้ภาคธุรกิจเอกชน และผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยต้องลดชั่วโมงและหยุดการทำงาน เป็นผลให้ปริมาณการผลิตลดลง

ตลอดจนเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบกับธุรกิจภายในประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมขนาดย่อม ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมขนาดย่อมปรับตัวลดลงจากระดับ 94.0 มาอยู่ที่ระดับ 81.6 ในเดือนพ.ค.นี้

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดงจากระดับ 107.54 ในเดือนเม.ย. อยู่ที่ระดับ 105.0 ในเดือนพ.ค. เนื่องจากผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่ายอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิต และผลประกอบการจะปรับตัวลดลง

ส่วนอุตสาหกรรมที่มีค่าดัชนีลดลงต่ำกว่า 100 ประกอบด้วย อุตสาหกรรมสิ่งทอ หนังและผลิตภัณฑ์หนัง รองเท้า เหล็ก ปูนซีเมนต์ เซรามิก เฟอร์นิเจอร์ กระดาษ พลาสติก เป็นต้น

สำหรับสภาวะแวดล้อมในการดำเนินกิจการพบว่าผู้ประกอบการมีความกังวลเรื่องสภาวะทางเศรษฐกิจโลกมากขึ้น โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากตลาดหุ้นปรับตัวลดลง สืบเนื่องมาจากความกังวลปัญหาหนี้สาธารณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการหนี้สาธารณะไม่ให้ขยายตัวลุกลามไปยังประเทศกลุ่มเงินสกุลยูโร ส่วนความกังวลทางด้านประเด็นทางการเมือง ราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ยก็มีความกังวลลดลง เพราะสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คล่าย และราคาน้ำมันโดยเฉลี่ยปรับตัวลดลง

นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า ข้อเสนอของผู้ประกอบการต่อภาครัฐ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกัน คือ ให้รัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งเร่งแก้ปัญหามาบตาพุด สนับสนุนการช่วยเหลือทางการเงินด้วยการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะธนาคารของาครัฐ ควรมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพ อช่วยเหลือผุ้ประกอบการ และเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยการสนับสนถุนพัฒนาแรงงานให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมร

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่