
เตรียมแก้กม.คืนเงินผู้ฝากในกรณีแบงก์ล้มภายใน7วัน
สถาบันคุ้มครองเงินฝากเผยเตรียมแก้กฏหมายคืนเงินผู้ฝาก ในกรณีแบงก์ล้มให้ได้ภายใน 7 วันตามมาตรฐานสากล
สถาบันคุ้มครองเงินฝากเผยเตรียมแก้กฏหมายคืนเงินผู้ฝาก ในกรณีแบงก์ล้มให้ได้ภายใน 7 วันตามมาตรฐานสากล
นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้อำนวยการ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (ดีพีเอ) เปิดเผยว่า ได้ขอแก้ไขกฏหมายคุ้มครองเงินฝากไปกับกระทรวงการคลัง เพื่อจะแก้ไขกระบวนการในการจ่ายคืนเงินให้ผู้ฝากได้เร็วขึ้นภายใน 7 วันตามมาตรฐานสากลซึ่งในต่างประเทศสามารถทำได้แล้ว หากสถาบันการเงินล้มหรือมีปัญหาถูกเพิกถอนใบอนุญาต จากเดิมที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ฝากเงินต้องมาทำเรื่องยื่นคำร้อง พร้อมยื่นหลักฐานเพื่อขอรับเงินฝากคืนภายในเวลาประมาณ 90 วันตามที่กฏหมายปัจจุบันกำหนดก่อนจึงจะมีสิทธิได้เงินคืน
“สถาบันคุ้มครองเงินฝากพยามจะรักษาสิทธิและคุ้มครองเงินฝากให้ผู้บริโภคได้เงินคืนเร็วที่สุด หากเกิดปัญหาสถาบันการเงินล้ม จึงต้องการจะปรับปรุงกฎหมายให้สิดคล้องกัน โดยที่ผู้ฝากไม่ต้องยื่นเอกสารหรือคำร้องขอรับเงินคืนก็ได้ เพราะสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์เขามีข้อมูุลรายชื่อ และจำนวนเงินของลูกค้าผู้ฝากชัดเจนอยู่แล้ว เราสามารถอำนวยความสะดวกจ่ายเงินคืนได้ตามนั้นเลย”นายสรสิทธิ์กล่าว
ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบันธนาคารมั่นคงจึงเอื้อต่อการเตรียมการในการคุ้มครองเงินฝากได้ เพราะธนาคารมีผลกำไรดีมั่นคง ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2557 มีกำไรสุทธิ 1.7 แสนล้าน เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 5.62% ขณะที่เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส)ทั้งระบบเฉลีี่ยอยู่ที่ 17.14% สำหรับปัจจุบันดีพีเอเก็บเงินค่าธรรมเนียมการคุ้มครองเงินฝากในอัตรา 0.01% ของเงินฝาก ทำให้ในแต่ละปีได้เงินเข้ากองทุนเฉลี่ยที่ประมาณ 1,000 กว่าล้านบาทตามยอดเงินฝากทั้งระบบที่เพิ่มขึ้น แต่ยอมรับว่าช่วงนี้ที่เศรษฐกิจไม่ดีเงินฝากจะเพิ่มในอัตราที่ชะลอลงบ้าง
อย่างไรก็ดี เงินกองทุนค้มครองเงินฝากปัจจุบันมีสูงประมาร 1.1 แสนล้านบาท และหากไม่พอกฎหมายังเปิดช่องให้ออกพันธบัตรกู้หรือจะให้กระทรวงการคลังกู้ให้เพื่อมาช่วยเหลือผู้ฝากได้เพียงพอ แต่ดีพีเอเชื่อว่าในระยะ 2-3 ปีนี้สถาบันกากรเงินจะไม่มีปัญหาจึงเป็นโอกาสดีที่ตะเตรียมการไว้ล่วงหน้าและให้ข้อมูลทำความเข้าใจกับผู้ฝากไว้ก่อน







