
เอเซอร์ฟันธง พีซี-โน้ตบุ๊กคัมแบ็ก
ถึงแม้ภาพรวมธุรกิจไอทีในกลุ่มของพีซีและโน้ตบุ๊กในปีที่ผ่านมาจะอยู่ในภาวะตกต่ำถึงขีดสุด และมีผู้เล่นในตลาดหลายรายหายไป แต่ก็ยังมีรายใหญ่อีก 5-6 ราย ที่คาดว่าปีนี้จะช่วยกันสร้างสีสันให้ธุรกิจไอทีกลุ่มนี้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง
ถึงแม้ภาพรวมธุรกิจไอทีในกลุ่มของพีซีและโน้ตบุ๊กในปีที่ผ่านมาจะอยู่ในภาวะตกต่ำถึงขีดสุด และมีผู้เล่นในตลาดหลายรายหายไป แต่ก็ยังมีรายใหญ่อีก 5-6 ราย ที่คาดว่าปีนี้จะช่วยกันสร้างสีสันให้ธุรกิจไอทีกลุ่มนี้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง
อลัน เจียง ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดพีซีโน้ตบุ๊กที่จีเอฟเคเก็บข้อมูล ระบุว่า ช่วงปิดไตรมาส 4 ของปี 2557 ส่วนแบ่งการตลาดคอมพิวเตอร์อยู่ที่ 28% ซึ่งทางเอเซอร์มีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มนี้ 22-23% และในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา เอเซอร์มีส่วนแบ่งในกลุ่มโน้ตบุ๊กสูงถึง 38% ดังนั้น จึงเชื่อว่าในปี 2558 นี้ จะยังรักษาฐานความเป็นอันดับ 1 ได้เช่นเดิม
“อย่างที่รู้กันว่าปีที่ผ่านมาถือเป็นจุดต่ำสุดของธุรกิจไอที ประเภทกลุ่มพีซีและโน้ตบุ๊กทำให้ผู้เล่นในตลาดหลายรายหายไป และทำให้ตลาดโน้ตบุ๊กระดับราคา 1-1.5 หมื่นบาท ขายดีมาก เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการตลาดสูงถึง 70% อีกทั้งยังส่งผลให้ภาพรวมโน้ตบุ๊กระดับราคาอื่นๆ มียอดขายในทิศทางที่ดี และผู้เล่นในกลุ่มพีซีและโน้ตบุ๊กเหลืออยู่ในตลาดเพียงไม่กี่ราย จึงเป็นโอกาสที่เอเซอร์เข้าไปกินส่วนแบ่งตลาดนี้ได้อย่างเต็มที่” อลัน กล่าว
ขณะที่กลยุทธ์ของเอเซอร์ปีนี้ ตั้งเป้าจะเติบโตมากกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมไอทีที่ยังเป็นเลขตัวเดียว หรือวางเป้าหมายเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% และแม้การแข่งขันจะดุเดือดขึ้น แต่จำนวนของแบรนด์ลดลง จึงเชื่อว่าจะไม่แข่งกันตัดราคารุนแรงแบบปีก่อนๆ ที่ผ่านมา แต่จะไปเน้นการแข่งขันในเรื่องของเทคโนโลยี ความสามารถของตัวเครื่องและตอบโจทย์การทำงานในระดับราคาที่ภาพรวมตลาดรับได้
นอกจากนี้ ยังเน้นการทำตลาดองค์กรและการศึกษาผ่านสินค้ากลุ่ม Chromebook เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการต่อยอดสินค้ากลุ่มโน้ตบุ๊ก ทำให้เชื่อมั่นว่ายังคงรักษาแชมป์อันดับ 1 ได้ โดยวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าองค์กรจาก 25% เป็น 50% ในอีก 3 ปีนับจากนี้
“นอกจากไทยแล้ว ประเทศพม่าและลาวเอเซอร์ก็เป็นอันดับ 1 เช่นกัน เพราะทั้งสองประเทศยังเป็นตลาดขนาดเล็ก ทำให้ยังสามารถเติบโตได้อีกมาก โดยใช้ประเทศไทยเป็นฮับในการทำธุรกิจเช่นเดิม” อลัน กล่าว
นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ภาพของเอเซอร์จะสื่อเรื่องความคุ้มค่าของการใช้สินค้าเป็นหลัก ดังนั้น รูปแบบการทำตลาดของแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน เพราะความก้าวทันเทคโนโลยีแต่ละประเทศจะไม่เหมือนกัน แต่พยายามปรับการสื่อสารให้ชัดเจน
“เอเซอร์จะสื่อสารความคุ้มค่าของการใช้งานและเรียนรู้ผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โซลูชั่นและดีไวซ์ เพื่อให้เชื่อมโยงเข้ากับรูปแบบชีวิตประจำวันมากที่สุด โดยเพิ่มนวัตกรรมด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เรียกว่า BYOC (Build Your Own Cloud) เพื่อเก็บข้อมูลส่วนตัวไว้ในโน้ตบุ๊กและเรียกใช้งานได้ตามต้องการ ต่างจากการเก็บไว้บนคลาวด์สาธารณะที่เสี่ยงจะถูกขโมยหรือนำไปขายต่อ ซึ่งมีผู้ใช้งานแล้ว 1 ล้านคนทั่วโลก” นิธิพัทธ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ยังได้ปรับแผนธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นรองรับปัจจัยลบในทุกประเทศได้ ทั้งด้านการนำสินค้าเข้ามาในตลาดและการวางกลยุทธ์ต่างๆ โดยปีนี้อาจเน้นด้านการตลาดออนไลน์มากขึ้น เพราะเทรนด์การตัดสินใจซื้อหรือการอ่านรีวิวเข้ามาเป็นส่วนตัดสินใจของลูกค้ามากขึ้น ทั้งยังเน้นด้านการจัดกิจกรรมหน้าร้านและการโฆษณาผ่านสื่อหลักเช่นเดิม
เมื่อขาใหญ่ฟันธงว่าตลาดพีซีโน้ตบุ๊กฟื้นแน่ ต้องจับตาดูว่าจะสามารถพลิกฟื้นจนกลับมามีส่วนแบ่งตลาดที่ดีเหมือนปี 2553 ที่เป็นยุคเฟื่องฟูได้อีกครั้งหรือไม่







