
ธุรกิจยุคทรานฟอร์เมอร์ ช่วงชิงความได้เปรียบ
การค้าในสมัยนี้ต้องทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ จึงไม่แปลกที่ผู้ประกอบการหลายรายจะทรานฟอร์เมอร์
โดย รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
การค้าในสมัยนี้ต้องทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ จึงไม่แปลกที่ผู้ประกอบการหลายรายจะทรานฟอร์เมอร์ หรือแปลงร่างจากซัพพลายเออร์เข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก หรือแม้กระทั่งกลุ่มค้าปลีกสู่ซัพพลายเออร์ สรรหาสินค้ามาจำหน่ายในช่องทางของตัวเอง ไปจนถึงการพยายามสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง
ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ยุคทรานฟอร์เมอร์ระหว่างธุรกิจค้าปลีกเริ่มผันตัวจากเจ้าของช่องทางจำหน่าย มาสู่การผลิตสินค้าของแบรนด์ตัวเองจำหน่าย ขณะที่ซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตสินค้าเริ่มหันมาสร้างช่องทางจำหน่ายของตัวเองเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่เริ่มเห็นภาพชัดเจนเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อเป็นค้าปลีกเกิดการแข่งขันรุนแรง จึงต้องมีสินค้าแบรนด์ตัวเองออกมาจำหน่าย
การมีสินค้าแบรนด์ตัวเอง เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สร้างความแตกต่างกับธุรกิจค้าปลีกรายอื่น สร้างสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่มีจำหน่ายแบรนด์คู่แข่ง ขณะที่ผู้ผลิตสินค้านั้น การมีร้านค้าปลีกของตัวเอง จะช่วยสร้างแบรนด์ให้มีเอกลักษณ์ชัดเจน และเพิ่มอำนาจต่อรอง
ภาพดังกล่าวเริ่มมาจากผู้ประกอบการกลุ่มเสื้อผ้า ที่เดิมจะจำหน่ายเฉพาะคอร์เนอร์ในห้างสรรพสินค้า จากนั้นมาเปิดร้านค้าของตัวเองขึ้นมา หรือกระทั่งกลุ่มอาหารที่ปั้นร้านซีพี เฟรชมาร์ท เบทาโกร หรือล่าสุดข้าวหงษ์ทองที่เปิดร้านขายข้าวแล้วเช่นเดียวกัน
ด้านร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น สุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวว่า นโยบายเซเว่นอีเลฟเว่นเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคภายใต้แบรนด์เซเว่น ซีเล็ค ซึ่งเป็นไพรเวทแบรนด์ในกลุ่มของกินและเครื่องดื่ม เพราะร้านสะดวกซื้อของบริษัทเน้นจำหน่ายสินค้าในกลุ่มดังกล่าวอยู่แล้ว
ปัจจุบันสินค้าภายใต้แบรนด์เซเว่น ซีเล็ค มีทั้งน้ำดื่ม แซนด์วิช เกี๊ยวซ่า แฮมเบอร์เกอร์ น้ำผลไม้ หรือกระทั่งข้าวสาร และที่สำคัญคือ สินค้าเซเว่น ซีเล็ค จะจำหน่ายราคาใกล้เคียงกับซัพพลายเออร์
ในส่วนเครือสหพัฒน์นั้น ช่วงหลายปีที่ผ่านมาขับเคลื่อนด้วยการสร้างช่องทางค้าปลีกขึ้นเอง เริ่มตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ 108 ช็อป กระทั่งปัจจุบันร่วมทุนกับบริษัท ซูรูฮะ เปิดซูเปอร์ดรักสโตร์ซูรูฮะ รวมทั้งร่วมทุนกับบริษัท ลอว์สัน อิงค์ เปิดร้านสะดวกซื้อลอว์สัน 108
เบญจมาศ ต้องประสิทธิ์ กรรมการบริหาร บริษัท ซูรูฮะ ผู้บริหารซูเปอร์ดรักสโตร์ซูรูฮะ กล่าวว่า การที่สหพัฒน์ร่วมทุนกับบริษัท ซูรูฮะ เพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีกซูเปอร์ดรักสโตร์ และเพิ่มบทบาทจากซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตสินค้าสู่การมีช่องทางจำหน่ายของตัวเอง ทำให้เครือสหพัฒน์มีช่องทางจำหน่ายสินค้าหลากหลาย นอกเหนือจากโมเดิร์นเทรด ซูเปอร์มาร์เก็ต
ปัจจุบันสินค้าของเครือสหพัฒน์จำหน่ายในซูรูฮะสัดส่วน 8% และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มเป็น 10% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าของใช้ในครัวเรือน ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก ขนมขบเคี้ยวของสหพัฒนพิบูล ไลอ้อน รองลงมา สินค้าเครื่องสำอางบีเอสซีจากไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล
"บริษัทมองว่าซูรูฮะทำธุรกิจค้าปลีก ไม่ได้เพราะใช้เป็นช่องทางจำหน่ายเฉพาะเครือสหพัฒน์เท่านั้น แต่ต้องการมีสินค้าหลากหลายตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่า โดยมีสินค้าเครือสหพัฒน์มาเติมเต็ม" เบญจมาศ กล่าว
สำหรับข้อดีการมีช่องทางร้านค้าปลีกของตัวเอง คือ สามารถรับรู้ทันทีว่าลูกค้าต้องการสินค้ากลุ่มใด ทำให้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าที่มาซื้อสินค้าได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และบริษัทสามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ตอบโจทย์ความต้องการได้ทันท่วงที การจัดเรียงชั้นวางสินค้าสามารถเลือกสรรได้
ขณะที่แผนงานในปีนี้ ซูรูฮะจะเปิดเพิ่ม 20 สาขา จากปีที่ผ่านมามี 28 สาขา และวางแผนจะขยายให้ครบ 50 สาขา
นอกจากนี้ ล่าสุดยังมีกระแสข่าวมาว่า บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งดำเนินส่วนธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น ปัจจุบันมีแบรนด์ต่างๆ ได้แก่ แก๊ป, เอสปรี, บอสสินี่, ชาร์ล แอนด์ คีธ และมายเซลล์ สนใจลงทุนธุรกิจค้าปลีกเพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายของตัวเองด้วย
แต่หากจะถามถึงบริษัทที่เป็นต้นแบบทรานฟอร์เมอร์ได้ดีคงหนีไม่พ้น เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ บริษัทในเครือไทยเบฟเวอเรจ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตบรรจุภัณฑ์ ผลิตสินค้า และก้าวสู่ค้าปลีกแล้วในวันนี้
สภาพการแข่งขันธุรกิจที่นับวันยิ่งรุนแรง ไม่เพียงแต่ระหว่างซัพพลายเออร์กับซัพพลายเออร์ หรือค้าปลีกกับค้าปลีกด้วยกันเท่านั้น แต่เป็นยุคที่การดำเนินธุรกิจต้องครบวงจร ทั้งกระบวนการผลิต ขนส่งสินค้า หรือกระทั่งช่องทางจำหน่าย เพื่อชิงความได้เปรียบในสมรภูมิผู้บริโภค มีทางเลือกหลากหลาย และไม่ยึดติดกับแบรนด์







