posttoday
เครื่องจักรไทย ผงาดตลาดอาเซียน

เครื่องจักรไทย ผงาดตลาดอาเซียน

02 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

เทคโนโลยี เครื่องจักร ที่ผลิตจากฝีมือคนไทย มีคุณภาพมาตรฐานไม่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตชั้นนำของโลก ทำให้ไทยสามารถส่งออกเครื่องจักรไปขายทั่วอาเซียน โดยนอกจากคุณภาพแล้ว การให้บริการยังถือเป็นจุดแข็งที่สร้างความประทับใจแก่ลูกค้า

แสงชัย โชติช่วงชัชวาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พัฒน์กล ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องทำความเย็น กล่าวว่า บริษัทเข้าไปเจาะตลาดอาเซียน 2 ช่วงหลัก คือ เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ที่เข้าไปทำตลาดในลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม แต่ตลาดไม่ได้เติบโตนัก เพราะเศรษฐกิจประเทศไม่ได้ขยายตัวสูง

ส่วนช่วงที่ 2 หรือเมื่อ 10 ปีก่อน ได้เข้าไปบุกตลาดที่มีอุตสาหกรรมเติบโตระดับเดียวกับไทย เช่น  มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ซึ่งจะศึกษาตลาดด้วยตัวเอง เช่น เข้าพบลูกค้าโดยตรง และติดต่อผ่านหน่วยงานภาครัฐ โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ผู้ผลิตอาหารแปรรูป โรงงานน้ำแข็ง เป็นต้น

ปัจจุบันบริษัทมีอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เป็นตลาดหลัก ซึ่งได้ตั้งสำนักงานธุรกิจ ดูแลการขายและบริการ โดยในฟิลิปปินส์มีสำนักงานที่กรุงมะนิลา และมีแผนจะขยายสาขาสำนักงานไปยังภูมิภาคอื่น เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ามากที่สุด ทั้งนี้ ตลาดฟิลิปปินส์เติบโตดี คนเข้าใจและคุ้นเคยกับเทคโนโลยี และมีบริษัทต่างชาติเข้าไปลงทุนมาก จึงเป็นโอกาสที่ดี

ขณะที่อินโดนีเซียมีอุตสาหกรรมคล้ายไทย เช่น ประมง แปรรูปอาหาร และมีประชากรมากเหมาะกับอุตสาหกรรม จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงกว่าไทย ดังนั้น นอกจากมีสำนักงานธุรกิจแล้ว บริษัทยังมีแผนตั้งโรงงานผลิตเครื่องจักรด้วย เนื่องจากอินโดนีเซียมีความพร้อมมากทั้งด้านแรงงาน และอุตสาหกรรมที่เป็นวัตถุดิบ เช่น เหล็ก โลหะ ปิโตรเคมี รวมทั้งยังมีตลาดในประเทศที่ใหญ่พอ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาสภาพแวดล้อม และรอเวลาที่เหมาะสมจะเข้าไปลงทุน

ส่วนตลาดมาเลเซีย เติบโตดี มีการพัฒนาสูง โดยสำนักงานมาเลเซียจะดูแลครอบคลุมสิงคโปร์และบรูไนด้วย  ซึ่งตลาดสิงคโปร์และบรูไนเป็นตลาดที่มีความต้องการสินค้าคุณภาพสูง เพื่อเข้าไปสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น

“สินค้าเทคโนโลยีจากไทยได้รับการยอมรับ สู้กับต่างชาติได้  มีคุณภาพทัดเทียมกับเทคโนโลยีประเทศอื่น แถมยังได้เปรียบเรื่องการบริการดูแลลูกค้า มีวัฒนธรรมการทำธุรกิจคล้ายกัน ทำให้ลูกค้าไว้วางใจ” แสงชัย กล่าว

นอกจากนี้ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้กลับเข้าไปทำตลาดกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม อีกครั้ง เพราะเป็นตลาดเปิดใหม่ที่มีบทบาทมากขึ้นด้านการรองรับการผลิต อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคเรื่องการขนส่งและการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน แต่ตลาดก็เติบโตเป็นที่น่าพอใจ ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากต่างประเทศคิดเป็น 20% ของรายได้รวม โดยวางแผนจะผลักดันให้ถึง 50% ของรายได้รวมภายใน 5-7 ปี

“ไม่ว่าจะทำธุรกิจที่ไหนต้องเรียนรู้อุปสรรค และปรับตัวให้เข้ากับอุปสรรคต่างๆ ให้ได้ โดยมุ่งเน้นการทำสินค้าให้ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความไว้วางใจต่อลูกค้า” แสงชัย กล่าวตบท้าย

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร