
สิงคโปร์ระดมทุนช่วยธุรกิจ
ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์จับมือบริษัทร่วมลงทุนเปิดโครงการระดมทุนผ่านหุ้น ช่วยรายย่อย-ขยายกิจการ
ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์จับมือบริษัทร่วมลงทุนเปิดโครงการระดมทุนผ่านหุ้น ช่วยรายย่อย-ขยายกิจการ
ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (เอสจีเอ็กซ์) จับมือกับคลียร์บริดจ์ แอคซีลีเรเตอร์ (ซีบีเอ) บริษัทร่วมลงทุน (วีซี) และบ่มเพาะธุรกิจ เพื่อพัฒนาโครงการระดมทุนในรูปแบบการเสนอขายหุ้นผ่านระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ (อีซีเอฟ) สำหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการและธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในการหาทุน
โมฮัมเหม็ด นาซซีร์ อิสมาอิล หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเอสเอ็มอีและการจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ระบุว่า โครงการอีซีเอฟจะเป็นช่องทางใหม่สำหรับบริษัทในเอเชียที่อยู่ในช่วงกำลังเติบโต เพื่อการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เพื่อรับกับรูปแบบของธุรกิจที่เหมาะสมกับตลาด (ซีรี่ส์เอ) และการขยายกิจการ (ซีรี่ส์บี) นอกจากนี้นักลงทุนทั่วไปยังสามารถมองหาแนวความคิดในการทำธุรกิจ รวมถึงแนวทางในการลงทุนใหม่ๆ เพิ่มได้อีกด้วย
ด้าน จอห์นสัน เฉิน หุ้นผู้จัดการของซีบีเอ เปิดเผยว่า ความร่วมมือในการระดมทุนครั้งนี้เป็นสัญญาณถึงบทบาทต่อไปของซีบีเอที่จะให้การสนับสนุนกลุ่มธุรกิจเกิดใหม่ในการช่วยหาเงินที่จำเป็นสำหรับการขยายกิจการให้เติบโต
“ซีบีเอก่อตั้งมาโดยผู้ประกอบการและนับตั้งแต่ปี 2010 ก็ได้ร่วมให้คำแนะนำผลักดันบริษัทต่างๆ จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ไปยังตลาดทุน แม้ว่าเราจะมีภูมิหลังทางด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ แต่เราก็ให้การสนับสนุนทุกภาคส่วน โดยไม่ระบุเฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด” เฉิน กล่าว
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนที่ได้รับการรับรอง (เอไอ) ซึ่งก็คือบุคคลที่มีมูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวสุทธิไม่ต่ำกว่า 2 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 48.47 ล้านบาท) หรือมีรายได้ต่อปีสูงกว่า 3 แสนเหรียญสิงคโปร์ (ราว 7.269 ล้านบาท) หรือเป็นบริษัทจำกัดที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเกิน 10 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 242.26 ล้านบาท)
นอกจากนี้ เอสจีเอ็กซ์และซีบีเอกำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งโครงการอื่นๆ เช่น การสร้างหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์สูง และผู้ถือหุ้นจากอุตสาหกรรมต่างๆ
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจบิซิเนส เซนติเมนต์ส เซอร์เวย์ ประจำปี 2014 ของสมาคมธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอเอสเอ็มอี) สิงคโปร์ ระบุว่า ค่าใช้จ่ายทางธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นสร้างความกังวลให้แก่ธุรกิจรายย่อยมากที่สุด โดย 86.6% ชี้ว่าต้นทุนเพิ่มขึ้มจากค่าจ้างแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอีก 57.1% ระบุว่ามาจากต้นทุนค่าเช่าที่







