posttoday
อีเวนต์ลุ้นโตรอบ3ปี กระจายเสี่ยงลุยต่างประเทศ

อีเวนต์ลุ้นโตรอบ3ปี กระจายเสี่ยงลุยต่างประเทศ

27 มกราคม 2558

ผลกระทบจากเศรษฐกิจและปัญหาทางการเมืองในประเทศปีที่ผ่านมา ส่งผลกับหลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจจัดอีเวนต์ ที่เป็นธุรกิจแรกๆ ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตก่อน เนื่องจากความไม่มั่นใจเกิดขึ้น การจัดกิจกรรม รวมไปถึงงานต่างๆ ต้องชะลอออกไป แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 เมื่อปีที่ผ่านมา จึงเริ่มเห็นกำลังซิื้อที่ีฟื้นตัว และหากไม่มีปัจจัยลบมากระหน่ำจะปรับตัวได้ดีขึ้น ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ                      

ผลกระทบจากเศรษฐกิจและปัญหาทางการเมืองในประเทศปีที่ผ่านมา ส่งผลกับหลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจจัดอีเวนต์ ที่เป็นธุรกิจแรกๆ ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตก่อน เนื่องจากความไม่มั่นใจเกิดขึ้น การจัดกิจกรรม รวมไปถึงงานต่างๆ ต้องชะลอออกไป แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 เมื่อปีที่ผ่านมา จึงเริ่มเห็นกำลังซิื้อที่ีฟื้นตัว และหากไม่มีปัจจัยลบมากระหน่ำจะปรับตัวได้ดีขึ้น ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ                      

เกรียงไกร  กาญจนะโภคิน  ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ผู้ดำเนินธุรกิจอีเวนต์ครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทตั้ง เป้าหมายจะผลักดันรายได้รวมในปีนี้ให้เติบโตที่ 15% สูงที่สุดในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา หรือมีรายได้เกือบ 1,900 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 1,625 ล้านบาท  หลังจากปีที่ผ่านมาประสบกับปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ ส่งผลให้รายได้ติดลบถึง 10%  ถือว่าต่ำที่สุดตั้งแต่ ดำเนินธุรกิจมา แต่หลังสถานการณ์ภายในประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้น เมื่อปลายไตรมาส 3 ปี 2557  เริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนของธุรกิจอีเวนต์ โดยลูกค้าเริ่มเดินหน้าทำกิจกรรมตลาด การประชาสัมพันธ์กันอย่างเข้มข้นขึ้น จึงมั่นใจว่าจะสามารถกระตุ้นรายได้ให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

“ธุรกิจอีเวนต์เป็นสิ่งที่ต้องอิงไปกับบรรยากาศในบ้านเมือง ซึ่งพอเหตุการณ์ไม่ดีเขาก็ชะลอแผนทำอีเวนต์ออกไป สำหรับปีนี้มองว่าคนจะกลับมาใช้สื่อทำกิจกรรมมากขึ้น เพราะอั้นมานานจากปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนพวกเครื่องดื่มต่างๆ คงออกมาแข่งกันทำกิจกรรมเรียกลูกค้าอย่างคึกคักแน่นอน ซึ่งบริษัทก็ประเมินว่ารายได้จากอีเวนต์ที่คิดเป็น 70% ของรายได้รวมบริษัทจะโตได้ประมาณ 10%” เกรียงไกร กล่าว

สำหรับที่ผ่านมา เศรษฐกิจภายในประเทศมีปัญหา กำลังซื้อของคนในระดับรากหญ้านั้นแทบจะไม่ออกมา แต่เชื่อว่าในช่วงหน้าร้อนของปีนี้จะเห็นการจัดกิจกรรมการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเครื่องดื่มประเภทชาเขียวและเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมที่จะเห็นรุนแรงมากขึ้นหลังจากที่ชะลอตัวมานาน          

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมจะผลักดันรายได้จากธุรกิจอื่นๆ อีก 9 อย่างในเครือ อาทิ ธุรกิจให้คำปรึกษาในการจัดกิจกรรม หรือผลิตรายการทีวี ที่เป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของรายได้ทั้งบริษัทให้มีความเข้มแข็งขึ้น  รวมไปถึงธุรกิจสื่ออินเตอร์แอ็กทีฟ ณ จุดขาย หรืออินสโตร์มีเดีย ที่ธุรกิจนี้เริ่มมีดีมานด์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ได้ผู้ประกอบการในธุรกิจดังกล่าวมาเป็นพันธมิตรด้วย อย่างเช่น บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย เป็นต้น 

ถือเป็นการกระจายความเสี่ยง หากธุรกิจหลักอีเวนต์ซบเซาจากปัจจัยลบอีกครั้ง พร้อมกันนี้ยังเตรียมกระตุ้นรายได้จากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น จากขณะนี้ที่มีสัดส่วน 10% ของรายได้ทั้งบริษัทให้ได้ 50% ภายใน 3-4  ปีต่อจากนี้  โดยจะเริ่มขยายธุรกิจออกนอกภูมิภาคอาเซียนเป็นครั้งแรก ในการจำหน่ายสินค้าเพื่อการจัดงานอีเวนต์เข้าไปยังทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง ภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่ดำเนินธุรกิจ ผลิตรายการทีวี งานเทศกาล และงานแสดงสินค้าในภูมิภาคอาเซียนเท่านั้น

ด้านภาพรวมตลาดอีเวนต์ในปีนี้ บริษัทประเมินว่าน่าจะกลับมาคึกคักและเติบโตที่ 5-10% เป็นมูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท หากไม่มีปัจจัยทางการเมืองหรือเหตุการณ์ใหญ่ เช่น อุทกภัยเข้ามากระทบ เพราะจะส่งผลให้ตลาดชะลอตัว เห็นได้จากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ตลาดเติบโตเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาตลาดติดลบมากกว่า 10%

เกรียงไกร กล่าวว่า ประเทศสิงคโปร์นั้นถือว่าเป็นฮับทางด้านการเงิน แต่ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นฮับหรือศูนย์การทางด้านธุรกิจการตลาด รวมไปถึงการขนส่งหรือโลจิสติกส์ที่ดีที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในอนาคต 3-4 ปีข้างหน้ามีการเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จะยิ่งทำให้ขนาดของตลาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  นี่คือการปรับตัวของธุรกิจอีเวนต์ เพื่อรับมือกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่