posttoday
มีแต่ได้กับได้

มีแต่ได้กับได้

23 มกราคม 2558

ว่ากันว่า เศรษฐกิจของเราน่าจะเริ่มฟื้นตัวแล้ว เพราะสภาอุตสาหกรรมแถลงข่าวดีว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมพุ่งสูงสุด 14 เดือน” สุพันธ์ุ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท) เผย “ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือน ธ.ค. 2557 อยู่ที่ระดับ 92.7 เพิ่มขึ้นจากระดับ 89.7 ในเดือนพ.ย. สูงสุดในรอบ 14 เดือน เนื่องจากปัจจัยคำสั่งซื้อและยอดขายในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับการจัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2014 ได้ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ และราคาพลังงานที่ลดลง ก็เป็นปัจจัยทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งลดลงด้วย”

ว่ากันว่า เศรษฐกิจของเราน่าจะเริ่มฟื้นตัวแล้ว เพราะสภาอุตสาหกรรมแถลงข่าวดีว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมพุ่งสูงสุด 14 เดือน” สุพันธ์ุ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท) เผย “ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือน ธ.ค. 2557 อยู่ที่ระดับ 92.7 เพิ่มขึ้นจากระดับ 89.7 ในเดือนพ.ย. สูงสุดในรอบ 14 เดือน เนื่องจากปัจจัยคำสั่งซื้อและยอดขายในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับการจัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2014 ได้ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ และราคาพลังงานที่ลดลง ก็เป็นปัจจัยทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งลดลงด้วย”

ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจข้างต้นนี้จะต้องควบคู่ไปกับ “ความเชื่อมั่นของชุมชนหรือสังคม” ที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมด้วย ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อภาคอุตสาหกรรมประกอบกิจการด้วย “ความรับผิดชอบ
ต่อสังคม” โดยเฉพาะโรงงานที่มีการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไม่สร้างความเสี่ยงภัยต่อชุมชน ดังเช่น โรงงานที่เข้าลักษณะของ “อุตสาหกรรมสีเขียว” (Green Industry)

วันนี้อุตสาหกรรมสีเขียวจะตั้งอยู่บน “สองเสาหลัก” คือ เสาที่หนึ่ง โรงงานจะต้องมีจิตสำนึกของการปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การประกอบกิจการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเสาที่สอง คือ โรงงานจะต้องมีจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว มี 5 ระดับ ได้แก่ 1) ความมุ่งมั่นสีเขียว 2) การปฏิบัติการสีเขียว 3) ระบบสีเขียว 4) วัฒนธรรมสีเขียว 5) เครือข่ายสีเขียว

สถานประกอบการที่พยายามพัฒนาโรงงานเข้าสู่ความเป็น “อุตสาหกรรมสีเขียว” จะได้ประโยชน์หลายประการทันตาเห็น อาทิ

(1) สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ลดข้อร้องเรียนจากการประกอบกิจการโรงงาน ลดความเสี่ยงในการรับผิดชอบในอนาคต

(2) ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ประหยัดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

(3) สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน ชุมชนโดยรอบได้รับความเป็นธรรมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

(4) เกิดการสร้างงานและการจ้างงานที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น

(5) คนงานมีความปลอดภัยและมีความสุขกับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดี

(6) สร้างโอกาสทางการตลาดโดยเน้นประเด็น “สีเขียว” ของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ซึ่งจะเป็นที่ยอมรับและต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกมากขึ้นทุกที

(7) เกิดภาพลักษณ์ที่ดีส่งผลให้เกิดความเข้าใจและทัศนคติที่ดีต่อองค์กรและเพิ่มการยอมรับระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนที่อยู่โดยรอบ

(8) สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมเพราะไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันกระแสการอนุรักษ์ทรัพยากร พลังงาน และสิ่งแวดล้อมได้รับการตอบรับจากทุกภาคส่วน ทั่วโลก ดังนั้นการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรม ให้มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงมีแต่ “ได้กับได้” ครับผม !

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่