
พูม ชินโชติกร เศรษฐีจากพนง.ออฟฟิศ & ธุรกิจร้อยล้าน
“พูม ชินโชติกร” เจ้าของหนังสือ “ทำงานออฟฟิศให้เป็นธุรกิจร้อยล้าน” มาถ่ายทอดประสบการณ์จากคนธรรมดาที่เป็นพนักงานออฟฟิศกินเงินเดือน ปฏิวัติตัวเองเพื่อฐานเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น สู่การเป็นเจ้าของโรงแรมบูติก และมีพอร์ตหุ้น 3-4 แสนบาท ที่เขามองว่าใครๆ ก็ทำอย่างเขาได้
“พูม ชินโชติกร” เจ้าของหนังสือ “ทำงานออฟฟิศให้เป็นธุรกิจร้อยล้าน” มาถ่ายทอดประสบการณ์จากคนธรรมดาที่เป็นพนักงานออฟฟิศกินเงินเดือน ปฏิวัติตัวเองเพื่อฐานเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น สู่การเป็นเจ้าของโรงแรมบูติก และมีพอร์ตหุ้น 3-4 แสนบาท ที่เขามองว่าใครๆ ก็ทำอย่างเขาได้
เขาเล่าว่าตั้งแต่เด็กครอบครัวไม่ได้รวย โดยอยู่ที่ขอนแก่นตั้งแต่เด็ก จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ ด้านเครื่องกล มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง และเริ่มต้นเป็นพนักงานออฟฟิศในสายออกแบบผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมรถยนต์
จุดเปลี่ยนของชีวิตเกิดขึ้นหลังใช้เวลา 1 ปีที่นิวซีแลนด์ เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษและทำงานทุกอย่าง จนเห็นทุกกระบวนงานโรงแรม ทำให้รู้ว่าชอบพบปะผู้คน และมีแรงบันดาลใจว่าอยากเป็นเจ้าของโรงแรม แต่เมื่อกลับไทยก็ต้องคืนเงินที่ยืมไปเมืองนอก และแปะฝันเอาไว้ก่อน โดยเริ่มทำงานออฟฟิศอีกครั้ง แต่ก็ควบคู่ลุยทำธุรกิจมากมายเพื่อมีเงินมากขึ้น แต่ก็ยังไม่หลุดกรอบมนุษย์เงินเดือน สุดท้ายเริ่มมองว่าการเปลี่ยนแปลงได้จริงต้องเริ่มจากมุมมองการทำงานใหม่
จากนั้นเริ่มเพิ่มคุณค่าตัวเองในการทำงาน เพราะบางทีขยันอย่างเดียวไม่ช่วยอะไร ซึ่งก็เพิ่มเงินเดือนได้ในขั้นหนึ่ง และเขาพร้อมถอยมาก้าวหนึ่งจากตำแหน่งหัวหน้าเพื่อมาเป็นพนักงานฝ่ายจัดซื้อในอีกบริษัท จนได้รับโอกาสเป็นหัวหน้า จากเงินเดือน 3.5 หมื่นบาท ภายใน 4 ปี เงินเดือนขึ้นเป็นหลักแสนบาท พร้อมเริ่มลงทุนซื้อขายที่ดินประมาณ 1 ปี เพื่อเก็บเป็นเงินทุนใช้ก่อสร้างโรงแรมบูติก เพราะไม่มีแบงก์ไหนปล่อยกู้ให้พนักงานออฟฟิศทำธุรกิจ
เขามีรายได้ 4 อย่าง คือ 1.เงินเดือนจากพนักงานออฟฟิศ 2.เจ้าของโรงแรมบูติกและเจ้าของบ้านพักให้เช่าที่เชียงใหม่ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 3-5 แสนบาท 3.หาแหล่งผลิตเสื้อผ้าขายบนอีเบย์เฉลี่ยเดือนละ 2-3 หมื่นบาท และ 4.การกลับมาเริ่มลงทุนหุ้นอีกครั้งหลังเคยบาดเจ็บตอนทำงานแรกๆ เพราะเชื่อข่าวลือและขาดทุนไป 5 หมื่นบาท แต่เพิ่งกลับมาลงทุนครั้งที่ 2 นี้ได้ 4 เดือน ตั้งใจไว้ออมหุ้น โดยนำรายได้ทั้งหมดยกเว้นจากโรงแรมที่เก็บไว้บริหารเพื่อขอกู้จากแบงก์ทำแห่งต่อไป โดยรายได้ 60% เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายครอบครัวและเงินฉุกเฉิน ส่วน 40% จะเก็บไว้ในบัญชีหุ้นไว้ก่อน เพื่อรอจังหวะซื้อหุ้น 2 ตัว ในกลุ่มพลังงานและกลุ่มโรงพยาบาล ตอนนี้ตัั้งเป้าหมายถือยาว 4-5 ปีก่อน
เขาสามารถเกษียณจากพนักงานออฟฟิศได้ในวัย 33 ปี แต่ก็ไม่ทำ เพราะมองว่าเม่ื่อสามารถมีรายได้จากหลายสถานะก็น่าทำได้ต่อ และเมื่่อคนธรรมดาที่มีพื้นฐานสามัญทั่วไปอย่างเขาทำได้ เชื่อว่าทุกคนก็ต้องทำได้เช่นกัน แต่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการย่อยที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ ใจและการเริ่มปรับมุมมองก่อนทำงานก่อน







