
สมาคมแบงก์ตั้งวง ถกดิจิทัลแบงก์กิ้ง
รัฐบาลประกาศจะใช้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนประเทศ โดยตั้งความหวังว่าระบบดิจิทัลจะช่วยขยายการค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซให้มากขึ้น เพราะลูกค้าสามารถมองเห็นผลิตภัณฑ์และสินค้าไทยได้จากทั่วทุกมุมโลก
รัฐบาลประกาศจะใช้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนประเทศ โดยตั้งความหวังว่าระบบดิจิทัลจะช่วยขยายการค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซให้มากขึ้น เพราะลูกค้าสามารถมองเห็นผลิตภัณฑ์และสินค้าไทยได้จากทั่วทุกมุมโลก
ระบบการค้าจะผูกพันไปกับระบบการชำระเงิน ซึ่งธนาคารจะเป็นคนกลางในการชำระราคาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้นระบบดิจิทัล แบงก์กิ้ง จึงผูกไปด้วยกันอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ธนาคารพาณิชย์ที่ประกาศตัวจะเป็นดิจิทัล แบงก์กิ้งแล้ว ธนาคารขนาดใหญ่ คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทย เป็นต้น
การเป็นดิจิทัล แบงก์กิ้ง จะมีบางส่วนของทุกธนาคารที่จะต้องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกัน อาทิ เอทีเอ็มพูล และระบบอื่นๆ แม้ธนาคารแต่ละแห่งจะต่างคนต่างพัฒนาระบบของตัวเอง แต่ก็จะต้องมาหารือกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
การประชุมสมาคมธนาคารไทย เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการหารือในประเด็นดังกล่าว โดย กอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์สถาบันการเงินระยะ 5 ปี ที่จะมุ่งเน้นการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานของสถาบันการเงินให้ดีกว่าเดิม เพื่อรองรับกับกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
สำหรับแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี มี 3 เรื่องหลักที่จะพัฒนา คือ ดิจิทัล แบงก์กิ้ง ระบบการชำระเงิน และการให้ความรู้ทางการเงิน
สำหรับดิจิทัล แบงก์กิ้งนั้น ปัจจุบันได้รับความนิยมทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มีอัตราการเพิ่มขึ้นของการใช้บริการอย่างก้าวกระโดด ซึ่งนอกจากการพัฒนาระบบแล้ว ยังต้องเน้นการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นมาตรฐานและสื่อความให้ประชาชนมั่นใจด้วย
ส่วนระบบการชำระเงินนั้น จะมีการทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบการชำระเงินให้มีประสิทธิภาพเข้าสู่มาตรฐานสากล เพื่อลดต้นทุนการใช้เงินสดในธุรกิจ โดยเบื้องต้นได้จัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบระบบการชำระเงิน (Payment System Office : PSO) ที่จะติดตามการปฏิบัติงาน ขณะที่การให้ความรู้ทางการเงิน ธนาคารต้องมีบทบาทในการส่งเสริมการออมและการสร้างวินัยทางเครดิตแก่ประชาชน
“ธนาคารสมาชิกเห็นชอบกับแผนยุทธศาสตร์นี้แล้ว” เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าว
บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การพัฒนาระบบไอทีของธนาคารไทยไปสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบนั้น เป็นเรื่องระยะยาว ที่หลายอย่างที่ธนาคารสมาชิกสามารถพูลใช้ระบบร่วมกันได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน
อย่างไรก็ดี ระบบดิจิทัล แบงก์กิ้ง ก็จะต้องดูแลควบคุมความเสี่ยงของระบบให้ดี ซึ่งทุกธนาคารได้ตรวจสอบระบบของตัวเองตลอดเวลา ทั้งว่าจ้างแฮ็กเกอร์มืออาชีพเข้ามาเจาะระบบเพื่อหาช่องโหว่ และเมื่อไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบแล้ว การดูแลความเสี่ยงจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
สำหรับประเด็นอื่นๆ ในที่ประชุมสมาชิกสมาคมธนาคารไทย ยังได้พูดคุยถึง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ว่าด้วยการค้ำประกันและจดจำนอง ที่จะมีผลในวันที่ 11 ก.พ. 2558 ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะเลื่อนการบังคับใช้ออกไปหรือไม่ ในภาคธนาคารจึงต้องเตรียมความพร้อมไว้ก่อน โดยขณะนี้ธนาคารต่างปรับกระบวนการใหม่แล้วเพื่อรองรับกฎหมายที่จะบังคับใช้ในเดือนหน้า







