
เอสซีบีลุยธุรกิจจีน
ไทยพาณิชย์พร้อมบุกลูกค้าจีนในไทย เชื่ออานิสงส์ลงทุนภาครัฐดันเม็ดเงินลงทุนจีนพุ่งเท่าตัวใน 5 ปี
ไทยพาณิชย์พร้อมบุกลูกค้าจีนในไทย เชื่ออานิสงส์ลงทุนภาครัฐดันเม็ดเงินลงทุนจีนพุ่งเท่าตัวใน 5 ปี
นายมาณพ เสงี่ยมบุตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจจีน ธนาคารไทยพาณิชย์ (เอสซีบี) เปิดเผยในงานสัมมนาทิศทางเศรษฐกิจจีน ว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทย และการแสวงหาแหล่งลงทุนใหม่ๆ ของจีน จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ของจีนให้ไหลทะลักมายังไทยมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งคาดว่าเอฟดีไอจีนจะเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่ยังโตไม่ถึง 10% และไทยพาณิชย์ก็พร้อมที่จะรุกตลาดธุรกิจระหว่างไทย-จีนอย่างเต็มที่
นายมาณพ กล่าวว่า กลยุทธ์ที่ไทยพาณิชย์ใช้มีหลายระดับ ทั้งการร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์จีนขนาดใหญ่และขนาดกลาง การร่วมมือกับกลุ่มสถาบันการเงิน เช่น บริษัท ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล แคปิตอล คอร์ป (ซีไอซีซี) รวมถึงการพัฒนาตลาดทุนตลาดการเงินในจีน ซึ่งยังสามารถเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากยังมีการเข้าถึงการบริการทางการเงินที่ต่ำอยู่ ซึ่งเอสซีบีจะใช้นวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ไปให้บริการ ทั้งการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การนำเสนอข้อมูล นำเสนอสินเชื่อทั้งส่งออกและนำเข้า
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจในประเทศจีนและไทยในการแนะนำลูกค้าเครือข่ายกัน โดยไม่เพียงแต่จะเชื่อมโยงกับเฉพาะธุรกิจที่ไทย แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ไทยพาณิชย์ยังไม่รีบร้อนที่จะขยายสาขาในจีน ซึ่งมีการเปิดเสรีให้กับธนาคารต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากต้องการเน้นให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงไทย-จีนเป็นหลักก่อน
“เรายังอยู่ในจุดที่ยังเริ่มต้น ต้องทำให้ดีขึ้น เรียนรู้ข้อผิดพลาดจากทางธนาคารจีน ธนาคารต่างชาติที่เคยทำธุรกิจมา รวมถึงธนาคารไทย เป็นการเติบโตไปพร้อมๆ กับลูกค้าทั้งจากไทยไปจีน และจากจีนมาไทย” นายมาณพ กล่าว
ทั้งนี้ นโยบายการค้ากับนานาชาติที่เปิดกว้างขึ้นทำให้จีนมองแหล่งลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะในแถบอาเซียนที่มีไทยเป็นศูนย์กลาง ซึ่งไทยยังมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่น่าสนใจ รวมถึงมาตรการจูงใจทางภาษีอากร ทำให้จะมีการย้ายฐานการผลิตมาที่ไทยมากขึ้น ธุรกิจที่จะเข้ามามีทั้งธุรกิจจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชนขนาดกลาง และเอสเอ็มอีขนาดเล็ก โดยอุตสาหกรรมหลักๆ เน้นไปที่สินค้าเกษตรแปรรูป เช่น ยางรถยนต์ อาหารแปรรูป เครื่องมือเครื่องจักร ท่อขนส่ง และเคมีภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ไทยต้องเฝ้าระวัง คือ สถานการณ์การเมืองในปีนี้ รวมถึงนโยบายด้านการลงทุนที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลให้จีนชะลอการตัดสินใจเข้ามาลงทุนได้







