
ธุรกิจบริการบูม
สมาคมแรงงานสิงคโปร์คาดธุรกิจบริการโตรับอาเซียน หนุนโอกาสกุ๊ก-พยาบาล-พนักงานสปาไทย
สมาคมแรงงานสิงคโปร์คาดธุรกิจบริการโตรับอาเซียน หนุนโอกาสกุ๊ก-พยาบาล-พนักงานสปาไทย
นางศุภลักษณ์ กันทา ประธานสมาคมเพื่อนแรงงานไทยในประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยว่า หลังจากเปิดประชาคมอาเซียน ธุรกิจบริการในสิงคโปร์มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารไทย ธุรกิจบริการสุขภาพ และธุรกิจสปา ส่งผลให้มีความต้องการผู้ประกอบอาหาร (กุ๊ก) ผู้ช่วยผู้ประกอบอาหาร (ผู้ช่วยกุ๊ก) พยาบาล และพนักงานสปา ที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของคนไทยที่จะเข้ามาทำงานในสิงคโปร์ในอนาคต
อย่างไรก็ดี อาชีพกลุ่มดังกล่าวยังมีอุปสรรคในการเข้ามาทำงานในสิงคโปร์ เพราะติดระเบียบข้อบังคับที่ว่า ผู้ที่จะประกอบอาชีพผู้ประกอบอาหารในสิงคโปร์ได้นั้น จำเป็นต้องศึกษาจบในระดับปริญญาตรี ทำให้กลุ่มที่ไม่มีวุฒิปริญญาตรีเสียโอกาส
ขณะเดียวกัน อาชีพพยาบาลก็ต้องแข่งขันกับพยาบาลจากฟิลิปปินส์ เนื่องจากพยาบาลฟิลิปปินส์มีทักษะภาษาอังกฤษดี ปัจจุบันมีพยาบาลชาวฟิลิปปินส์เข้ามาทำงานในสิงคโปร์ 80% ขณะที่พยาบาลไทยมีไม่ถึง 10 คนทั่วสิงคโปร์
สำหรับชาวไทยที่สนใจเข้ามาทำงานในสิงคโปร์ควรศึกษากฎหมาย ตลอดจนวัฒนธรรมอื่นๆ ของสิงคโปร์ให้ดีก่อนตัดสินใจมา เนื่องจากมีหลายคนที่มาแล้วอยู่ไม่ได้ต้องเดินทางกลับหลังทำงานได้เพียง 2-3 เดือนเท่านั้น ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เนื่องจากมีสัญญาจ้างกับนายจ้างสิงคโปร์เป็นรายปี
นอกจากนี้ ต้องฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้พร้อม เพราะสำคัญมากในการทำงานที่สิงคโปร์ และที่่สำคัญต้องเข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมาย เพราะหากเดินทางมาผ่านนายหน้าอาจเสี่ยงเจอนายหน้าเถื่อนได้
นางศุภลักษณ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสิงคโปร์มีกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นมาก ทำให้แรงงานไทยจำนวนหนึ่งถูกส่งตัวกลับ ล่าสุดจึงเหลือแรงงานไทยอยู่เพียง 2 หมื่นกว่าคนเท่านั้น จากเดิมเมื่อ 2-3 ปีก่อน มีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในสิงคโปร์ มี 5-6 หมื่นคน
ทั้งนี้ แรงงานไทยสามารถทำงานถูกกฎหมายอยู่ในสิงคโปร์ได้นานสูงสุด 18 ปี







