posttoday
ไขข้อข้องใจ เป้าหมายเงินเฟ้อ (จบ)

ไขข้อข้องใจ เป้าหมายเงินเฟ้อ (จบ)

09 มกราคม 2558

5.ค่าความเบี่ยงเบนที่ +/-1.5% มีความเหมาะสมเพียงใด กว้างไปจนเหมือนว่า กนง.ไม่มี Commitment ในการดูแลเสถียรภาพราคาหรือไม่

5.ค่าความเบี่ยงเบนที่ +/-1.5% มีความเหมาะสมเพียงใด กว้างไปจนเหมือนว่า กนง.ไม่มี Commitment ในการดูแลเสถียรภาพราคาหรือไม่

สำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้เป้าหมายอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ค่าความยืดหยุ่นที่ +/- 1.5% น่าจะมีความเหมาะสมและสามารถรองรับความผันผวนของราคาพลังงานและอาหารสดได้ในระดับหนึ่ง สำหรับในระยะต่อไปอาจปรับค่าความยืดหยุ่นให้แคบลงเมื่อเป้าหมายใหม่ที่กำหนดค่ากลางอย่างชัดเจนช่วยยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อได้ดีขึ้น และคาดว่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อผันผวนน้อยลง ซึ่งจะเอื้อให้สามารถพิจารณาปรับลดค่าเบี่ยงเบนให้แคบลงตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้ดำเนินการในหลายประเทศ

เป้าหมายใหม่กับนัยต่อนโยบายการเงิน

6.การปรับเปลี่ยนกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อมีนัยต่อการดำเนินนโยบายการเงินหรือไม่ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปผันผวนมาก แปลว่าดอกเบี้ยนโยบายจะตอบสนองมากขึ้น (ผันผวนมากขึ้น) หรือไม่

การเปลี่ยนแปลงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารนโยบายการเงินเป็นสำคัญ ในทางปฏิบัติ กระบวนการตัดสินใจในการดำเนินนโยบายการเงินยังคงเหมือนเดิม กล่าวคือ ประเมินทั้งความเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านราคาโดยเน้นการมองไปข้างหน้า เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านราคาที่มาจากแรงกดดันด้านอุปสงค์และการคาดการณ์เงินเฟ้อเป็นสำคัญ ผ่านการพิจารณาทั้งอัตราเงินเฟ้อทั่วไป อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน และเครื่องชี้แนวโน้มเงินเฟ้ออื่นๆ ควบคู่กันไป ไม่ใช่การพิจารณาเครื่องชี้หรืออัตราเงินเฟ้อตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น

นอกจากนั้น กรอบใหม่ยังเป็นค่าเฉลี่ยรายปีและมีความยืดหยุ่น (+/- 1.5%) ซึ่งจะช่วยรองรับความผันผวนของจากปัจจัยชั่วคราวอีกด้วย ไม่ว่าเป้าหมายนโยบายการเงินจะเป็นเงินเฟ้อทั่วไปหรือเงินเฟ้อพื้นฐาน นัยเชิงนโยบายไม่ต่างกัน แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะผันผวนมากกว่า แต่ไม่ได้แปลว่านโยบายการเงินจะต้องตอบสนองมากขึ้น บทบาทของนโยบายการเงินยังคงมุ่งเน้นดูแลที่การส่งผ่านรอบที่สอง ผ่านแรงกดดันด้านอุปสงค์และการคาดการณ์เงินเฟ้อ ในกรณีที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง การพิจารณาทิศทางนโยบายการเงินจะต้องขึ้นกับหลายปัจจัย โดยเฉพาะแนวโน้มเศรษฐกิจและแรงกดดันเงินเฟ้อในช่วงนั้น หากอุปสงค์มีแนวโน้มฟื้นตัว ขณะที่เครื่องชี้แรงกดดันด้านราคาต่างๆ ยังสะท้อนว่าเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต ก็ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินนโยบายการเงินแต่อย่างใด แต่หากราคาน้ำมันที่ลดลงเกิดควบคู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีแรงขับเคลื่อนด้านอุปสงค์ที่ลดลงมาก และเกิดสัญญาณของการลดลงของราคาสินค้าในวงกว้างจนมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืด นโยบายการเงินอาจจำเป็นต้องมีบทบาทในการกระตุ้นอุปสงค์และช่วยสนับสนุนให้เงินเฟ้อกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม

7.การเปลี่ยนเป้าหมายจากช่วง (Range) เป็น จุด (Point Target) ทำให้นโยบายการเงินต้องตอบสนองมากหรือบ่อยขึ้นหรือไม่

การเปลี่ยนเป้าหมายจากช่วง (Range) เป็นจุด (Point Target) จะช่วยให้การยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวดีขึ้น นโยบายการเงินจึงอาจไม่ต้องตอบสนองมากและช่วยลดความผันผวนในเศรษฐกิจ

* Band เช่น สมมติว่า Band คืออัตราเงินเฟ้อที่ 1-4% หากเงินเฟ้อถูกกระทบโดย Shock มาอยู่ที่ 3.6% สาธารณชนอาจคาดว่าเงินเฟ้อสามารถไปอยู่ที่ 3.6% ไปได้เรื่อยๆ ดังนั้นการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวจะเป็นที่ 3.6% หากเงินเฟ้อไปอยู่ที่ 1.2% การคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวจะเป็นที่ 1.2% หมายความว่า ในการคาดการณ์เงินเฟ้อของสาธารณชนนั้น เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริง และเศรษฐกิจจริงมีความผันผวนมากขึ้น ซึ่งอาจมีนัยให้นโยบายการเงินต้องตอบสนองต่อ Shock มากขึ้น

* Point Target หากเป้าเป็นจุดอยู่ที่ 2.5% ในกรณีที่มีปัจจัยชั่วคราวมากระทบ หากนโยบายการเงินมีความน่าเชื่อถือ การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อระยะยาวของสาธารณชนก็ยังจะอยู่ที่ 2.5% ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของเงินเฟ้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ นโยบายการเงินจึงอาจไม่ต้องตอบสนองมาก

8.เป้าหมายใหม่จะกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว เสถียรภาพด้านราคา เสถียรภาพการเงิน อย่างไร

เป้าหมายใหม่ได้พิจารณาถึงความเหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยและความสามารถในการแข่งขันแล้ว และเมื่อเทียบกับเป้าหมายเดิม แนวการดำเนินนโยบายไม่ได้เปลี่ยนไป ธปท.ยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพด้านราคาและเสถียรภาพการเงินเช่นเดิม สิ่งที่ต่างไปคือ ในแง่การสื่อสารทำความตกลงกับประชาชน อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ในการช่วยยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งโดยปกติพบว่าอิงกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมากกว่า (Consensus survey and BSI survey)

ความเสี่ยงเงินเฟ้อ-โอกาสออกนอกกรอบ

9.ตอนนี้เงินเฟ้อที่ลดลงน่ากังวลหรือไม่ และการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศจะทำให้เงินเฟ้อมีโอกาสหลุดเป้าหมายใหม่ที่กำหนดไว้หรือไม่ และจะกระทบความน่าเชื่อถือในการดำเนินนโยบายการเงินหรือไม่

แรงกดดันเงินเฟ้อของไทยนับว่าอยู่ในระดับต่ำ เช่นเดียวกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก จากราคาสินค้าที่เป็นปัจจัยต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ในตลาดโลกที่มีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มต่ำต่อเนื่องจากอุปทานน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต Shale Oil ของสหรัฐ ขณะที่กลุ่ม OPEC ยังไม่มีการปรับลดการผลิต เพราะต้องการรักษาส่วนแบ่งการตลาดของกลุ่มไว้จะเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านต่ำต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไป การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของราคาน้ำมันในตลาดโลก ทำให้คาดว่าราคาน้ำมันในประเทศมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ หรือหากปรับขึ้นก็คงเป็นไปอย่างช้าๆ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อในปี 2558 มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่การปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานเพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะการทยอยลดการอุดหนุนราคาก๊าซ LPG ของภาคขนส่งและภาคครัวเรือน รวมทั้งราคาก๊าซ NGV แม้จะส่งผลให้ต้นทุนปรับสูงขึ้นบ้าง แต่แนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับลดลงจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปรับโครงสร้างราคาพลังงานดังกล่าว กอปรกับแรงกดดันด้านอุปสงค์ต่อราคายังมีไม่มากนัก จึงคาดว่าแรงกดดันเงินเฟ้อโดยรวมจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ

แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ แต่ยังไม่มีสัญญาณของการเข้าสู่ภาวะเงินฝืด(Deflation) เนื่องจากไม่ได้เกิดจากการปรับลดลงของราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปแบบ Broad-Based หรือเกิดควบคู่กับการหดตัวของอุปสงค์ แต่เป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงเท่านั้น ขณะที่อุปสงค์ยังคงขยายตัว ประกอบกับการคาดการณ์เงินเฟ้อยัง Well Anchored และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเริ่มปรับสูงขึ้นได้ในช่วงครึ่งหลังของปีตามทิศทางของอุปสงค์ในประเทศที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะเอื้อให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาสินค้าได้มากขึ้น ประกอบกับผลของฐานในช่วงครึ่งแรกของปีก่อนที่มีการส่งผ่านต้นทุนก๊าซหุงต้มไปยังราคาอาหารสำเร็จรูปที่ค่อยๆ หมดไป

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่