
ประกาศ3แนวทางร่วมลงทุนกิจการรัฐต้นก.พ.
"ปรีดิยาธร"เผยประกาศ 3 แนวทางร่วมลงทุนในกิจการรัฐต้น ก.พ.
"ปรีดิยาธร"เผยประกาศ 3 แนวทางร่วมลงทุนในกิจการรัฐต้น ก.พ.
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือคณะกรรมการพีพีพี ครั้งที่1/2558 เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2558 ว่า ที่ประชุมได้วางกรอบการร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือพีพีพี เป็น 3 แนวทาง ได้แก่ 1.หากเป็นโครงการที่มูลค่าต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทให้กระทรวงเจ้าสังกัดของแต่ละโครงการเป็นผู้พิจารณา 2.โครงการมูลค่าตั้งแต่ 1,000-5,000 ล้านบาท ที่เป็นโครงการให้บริการสาธารณะเต็มรูปแบบและโครงการที่มูลค่าสูงกว่า 5,000 ล้านบาท ต้องนำเข้าให้คณะกรรมการพีพีพีพิจารณาอนุมัติ และ 3.โครงการที่ไม่ใช่บริการสาธารณะให้กระทรวงเจ้าสังกัดโครงการเป็นผู้พิจารณาการลงทุน
ทั้งนี้ หลังจากวาง 3 แนวทางเบื้องต้นนี้แล้วได้ให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ไปจัดทำรายละเอียดก่อนนำเข้าให้ที่ประชุมคณะกรรมการการพีพีพีอนุมัติอีกครั้งในต้นเดือน ก.พ. 2558 ที่คาดว่าจะมีการอนุมัติและประกาศแนวทางร่วมลงทุน รวมถึงยุทธศาสตร์การร่วมลงทุนในกิจการของรัฐระยะเวลา 5 ปี ได้ในต้นเดือน ก.พ. เช่นกัน
“หลังจากประกาศแนวทางการร่วมลงทุนแล้ว เราจะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนเยอะเลยเพื่อเป็นการลดภาระเงินลงทุนของรัฐ และดำเนินการได้เร็ว จากที่เอกชนรอมานาน 1 ปีกับ 3 เดือนที่ผ่านมาคณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้มีการประชุมเลย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับโครงการที่รัฐจะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่เป็นโครงการที่เอกชนสนใจ เช่นโครงการรถไฟฟ้า ทางด่วน ส่วนสัดส่วนการลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนนั้นจะไม่ได้จำกัดว่าฝ่ายใดต้องลงสัดส่วนเท่าไร ให้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงการ







