
เปิดแผน ‘สิงห์-ช้าง’ ไล่ซื้อธุรกิจชิงใหญ่ในเอเชีย
เข้าสู่ปี 2558 ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระหว่างช้างกับสิงห์ ประกาศยุทธศาสตร์ชิงชัยขึ้นท็อปไฟว์เอเชียในฐานะผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำ สิ่งที่ต้องจับตาทั้งสองใช้โมเดลสร้างอาณาจักรให้เติบโตอย่างรวดเร็วเหมือนกัน คือ การกว้านซื้อกิจการเบียร์อาเซียน
เข้าสู่ปี 2558 ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระหว่างช้างกับสิงห์ ประกาศยุทธศาสตร์ชิงชัยขึ้นท็อปไฟว์เอเชียในฐานะผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำ สิ่งที่ต้องจับตาทั้งสองใช้โมเดลสร้างอาณาจักรให้เติบโตอย่างรวดเร็วเหมือนกัน คือ การกว้านซื้อกิจการเบียร์อาเซียน
ปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์สิงห์ เปิดเผยว่า แผนธุรกิจบุญรอดบริวเวอรี่ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือปี 2558-2562 กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องมีอัตราเติบโตมากกว่าเท่าตัว หรือรายได้เพิ่มจาก 1.2 แสนล้านบาท เป็น 2.5 แสนล้านบาท โดยเป็นการเติบโตมาจากต่างประเทศเป็นหลัก เพราะสภาพตลาดเบียร์มูลค่า 1.8 แสนล้านบาทในไทย หลังจากติดลบมา 2 ปี (2556-2557) และคาดว่าจากนี้ตลาดเบียร์จะมีอัตราเติบโตไม่หวือหวา
ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมงบลงทุน 1,000 ล้านบาท ในระดับรีจินัล โดยจะรุกตลาดมาเลเซีย กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม และจีน ภายใน 3 ปีข้างหน้านี้ รายได้ต้องเติบโต 15-20% ผลักดันธุรกิจของเบียร์สิงห์มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มจาก 8% เป็นถึง 15% หรือเท่ากับว่าต้องมีเงินกลับเข้ามา 1 หมื่นล้านบาท พร้อมกับวางเป้าหมายก้าวสู่ท็อปไฟว์ในเอเชีย ฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนันแอลกอฮอล์
“วิธีการบริหารจัดการที่ทำให้องค์กรโตรวดเร็ว ผมมองถึงการซื้อกิจการระดับรีจินัลทั้งกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเสริมในพอร์ตโฟลิโอ โรงงาน หรือครอบคลุมทั้งหมดในระบบซัพพลายเชน ขณะนี้บุญรอดฯ เซ็นสัญญากับพันธมิตรต่างประเทศเบื้องต้น 1 ราย และกำลังอยู่ระหว่างเซ็นสัญญาอีก 2 ราย ส่วนอีกรายกำลังเจรจา” ปิติ กล่าว
สำหรับตลาดเบียร์อยู่ในช่วงขาลงไม่เฉพาะในไทยแต่เกิดขึ้นทั่วโลก และยังมองเศรษฐกิจประเทศไทยในอนาคตถึง 2 ปีข้างหน้าว่าจะยังไม่ฟื้นตัว กลยุทธ์ตลาดภายในประเทศจึงกลับมาเน้นการบริหารต้นทุนระบบซัพพลายเชนทั้งหมด หากบริหารได้ดีตามแผน ภายใน 2 ปีนี้ เราจะลดต้นทุนลงถึง 10% ซึ่งจะผลักดันให้ธุรกิจบริษัทโต 15-17%
ด้านยุทธศาสตร์ไทยเบฟเวอเรจ ได้ประกาศแผน 6 ปี หรือระหว่างปี 2558-2563 ข้างหน้า ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า บริษัทจะนำสินค้าเรือธงของเครือไทยเบฟฯ ออกไปทำตลาดในอาเซียน พร้อมวางเป้าหมายเป็น 1 ใน 2 ผู้นำตลาดในอาเซียน ตั้งเป้าเติบโต 12-15% ทุกปี โดย 3 ปีข้างหน้ารายได้ทะลุ 2 แสนล้านบาท จากปีที่ผ่านมาราว 1.55 แสนล้านบาท
อาณาจักรของไทยเบฟฯ จะขยายกระทั่งก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 5 ของตลาดเอเชีย จากปัจจุบันผู้นำคือ คิริน ตามด้วย อาซาฮี ไชน่า รีซอร์สเซส เมจิ และซานมิเกล คอร์เปอเรชั่น ด้วยการกำหนด 5 กลยุทธ์หลักสู่เป้าหมาย ได้แก่ 1.การเติบโตด้านยอดขายและกำไร 2.มีความหลากหลายของตลาด มุ่งขยายตลาดอาเซียน วางเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มอาเซียน จากปัจจุบันมีส่วนแบ่ง 14% โดยนำผลิตภัณฑ์ 5 บริษัท คือ เอฟแอนด์เอ็น โออิชิ เสริมสุข ไทยเบฟฯ และอินเตอร์เนชั่นแนลเบฟเวอเรจ ทำตลาด 3.สร้างตราสินค้าแข็งแกร่ง 4.การขายและการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง และ 5.ความเป็นมืออาชีพ รวมแต่ละปีลงทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท
ไทยเบฟฯ วางเป้าหมายปี 2563 ต้องการเพิ่มรายได้จากการขายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์จากปัจจุบันสร้างสัดส่วนรายได้ 25-30% เป็น 50% รวมทั้งเพิ่มรายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศเพิ่มจาก 24% เป็น 50% ส่วนกลุ่มเบียร์ตั้งเป้าทวงผู้นำตลาดเบียร์ 1.25 แสนล้านบาท ปี 2563 ด้วยส่วนแบ่ง 45% จากปัจจุบัน 30% รวมทั้งรุกตลาดพม่าและสิงคโปร์ ส่วนกลุ่มนันแอลกอฮอล์ทำตลาดในไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม
ก่อนหน้านี้ ฐาปน กล่าวว่า บริษัทสนใจจะซื้อกิจการเบียร์เสริมพอร์ตโฟลิโอให้มีความแข็งแกร่ง จากปัจจุบัน เบียร์ช้าง อาชา เฟดเดอร์บรอย ล่าสุดกระแสข่าวกำลังเจรจาซื้อหุ้นในบริษัท ไซง่อนเบียร์ แอลกอฮอล์ เบฟเวอเรจ คอร์ปฯ หรือซาเบโก้ (Sabeco) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มเบียร์รายใหญ่ในประเทศเวียดนาม นอกจากนั้นยังมีกระแสข่าวการซื้อกิจการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพม่าเช่นเดียวกัน
นั่นคือสมรภูมิรบของเบียร์ช้างกับเบียร์สิงห์ ร้อนระอุยันนอกประเทศ โดยเฉพาะการประกาศแผนบุกอาเซียน พร้อมกับก้าวผงาดติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาด ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนันแอลกอฮอล์ ใครจะรั้งอันดับเท่าไร ต้องรอดูมวยคู่นี้กันให้ยาวๆ







