
จับทิศตลาดปี’58 ซีเอสอาร์มัดใจลูกค้า
การก้าวสู่สังคมชนชั้นกลางของไทย นับจากนี้จนถึงปี 2563 จะมีประชากรส่วนใหญ่ของประเทศร่วม 50 ล้านคน จากในอดีตประชากรหลักๆ เป็นกลุ่มรากหญ้า ปัจจัยดังกล่าวนับว่ามีอิทธิพลต่อทิศทางตลาดนับจากนี้ไป ที่ผู้ประกอบการและนักการตลาดต้องปรับตัวรับให้เท่าทัน
การก้าวสู่สังคมชนชั้นกลางของไทย นับจากนี้จนถึงปี 2563 จะมีประชากรส่วนใหญ่ของประเทศร่วม 50 ล้านคน จากในอดีตประชากรหลักๆ เป็นกลุ่มรากหญ้า ปัจจัยดังกล่าวนับว่ามีอิทธิพลต่อทิศทางตลาดนับจากนี้ไป ที่ผู้ประกอบการและนักการตลาดต้องปรับตัวรับให้เท่าทัน
สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เปิดเผยว่า การก้าวสู่สังคมชนชั้นกลางของไทย พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มยกระดับการใช้จากสินค้าระดับแมสมาสู่แมส ทีจ หรือระดับกลางถึงบนมากขึ้น
ดังนั้น การทำตลาดนับจากนี้ไป จึงต้องพัฒนาสินค้าให้ครบทุกเซ็กเมนต์ยิ่งขึ้น ควบคู่กับพัฒนาช่องทางการขาย ขนาดบรรจุภัณฑ์ ให้สามารถรองรับกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป
สำหรับยูนิลีเวอร์ให้ความสำคัญกิจกรรมซีเอสอาร์ สร้างความยั่งยืน 2 ปัจจัย คือ สอดแทรกความคิดสร้างสรรค์กระบวนการทำงาน โดยมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก สังคมประเทศ
ทั้งนี้ โจทย์ของแบรนด์และโจทย์ของผู้บริโภคต้องอยู่บนเส้นทางเดียวกัน ต้องไปด้วยกัน หากทำเฉพาะซีเอสอาร์อย่างเดียว จะเป็นไฟไหม้ฟางไม่มีต่อเนื่อง เวลาที่คิดต้องมองทั้งโจทย์แบรนด์และความยั่งยืนของโลก ไม่ใช่แค่คิดแต่เรื่องสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว ต้องมองเรื่องสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
เบญจมาศ ต้องประสิทธิ์ กรรมการบริหาร บริษัท ซูรูฮะ ผู้บริหารซุูเปอร์ดรักสโตร์ซูรูฮะ กล่าวว่า กลุ่มชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นในไทย ส่งผลดีต่อสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม เพราะคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อที่ดีขึ้น และพฤติกรรมใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในปี 2558 ภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน เชื่อว่าจะทำให้คนใช้สินค้าระดับบีหันมาซื้อสินค้าที่ดีและมีคุณภาพเชื่อถือได้ โดยเฉพาะสินค้าจากญี่ปุ่นมากขึ้นที่มีคุณภาพได้รับการยอมรับในราคาที่เหมาะสม
ขณะที่่ ชลิต ลิมปนะเวช อุปนายกฝ่ายวิชาการสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ว่าชนชั้นกลางจะกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ แต่การทำตลาดกลุ่มนี้ต้องระมัดระวัง เพราะชนชั้นกลางของไทยในขณะนี้เป็นกลุ่มไม่มีกำลังซื้อ เป็นหนี้ภาคครัวเรือนสูง ผลพวงจากนโยบายรถคันแรก ค่าครองชีพที่ปรับเพิ่มขึ้น
กลยุทธ์ตลาดต้องจับตาให้ดีในปี 2558 โดยแบรนด์ต่างๆ จะให้ความสำคัญมากขึ้น คือ การทำซีเอสอาร์ Corporate Social Responsibility (CSR) หรือการดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมทั้งในองค์กรและในระดับใกล้และไกล
เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่จะเห็นได้ว่าบริษัท โคคา-โคลา ประเทศไทย หรือโค้ก ประเดิมเปิดฉากด้วยการนำเสนอภาพยนตร์โฆษณาการส่งเสริมให้เยาวชนไทยเล่นฟุตบอล โดยฉกฉวยโอกาสช่วงกระแสฟุตบอลไทยฟีเวอร์ได้ถูกจังหวะ ซึ่งเป็นเหตุผลที่สินค้าไม่เฉพาะแบรนด์ไทยทำเท่านั้น หากแต่เป็นเทรนด์เกิดขึ้นทั่วโลกต้องทำซีเอสอาร์
ด้าน สรินพร จิวานันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นไวโรเซล กล่าวว่า แบรนด์หรือสินค้าทำซีเอสอาร์และสร้างความยั่งยืนได้นั้น ต้องเป็นคนดีจึงสามารถซื้อใจผู้บริโภคยุคนี้ที่ไม่เชื่อการสื่อสารผ่านทางโฆษณา แต่เชื่อประสบการณ์ผู้ใช้สินค้าผ่านทางโลกออนไลน์
“สาเหตุที่แบรนด์ต่างๆ ทำซีเอสอาร์ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่สามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภค เท่ากับว่าสูญเสียงบประมาณเปล่า สุดท้ายการรับรู้ไม่เกิดขึ้น” สรินพร กล่าว
ความท้าทายนักการตลาดในยุคนี้ คงหนีไม่พ้นผู้บริโภคไม่มีความผูกมัดกับแบรนด์ ทำให้ต้องทำการบ้านยากยิ่งขึ้น การสร้างแบรนด์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ที่สำคัญแบรนด์ต้องมีความจริงใจนั่นเอง







