
กดดันทวงที่นายทุนรุกสปก.
เลขาฯ ส.ป.ก.ยื่นใบลาออก ยอมรับได้รับความกดดันจากนโยบายทวงคืนที่ดินจากนายทุน 5 ล้านไร่
เลขาฯ ส.ป.ก.ยื่นใบลาออก ยอมรับได้รับความกดดันจากนโยบายทวงคืนที่ดินจากนายทุน 5 ล้านไร่
นายวีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการต่อนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยขอให้มีผลวันที่ 1 ก.พ. 2558 สำหรับสาเหตุที่ยื่นหนังสือลาออกครั้งนี้ เนื่องจากมีอายุครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา และครอบครัวอยากให้พักผ่อน แต่ยอมรับว่ามีความกดดันในการทำงานตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก.จากนายทุน 5 ล้านไร่ มีส่วนในการตัดสินใจลาออกเช่นกัน
“แม้ว่าผมจะมีอายุครบ 60 ปี ในวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา และสามารถอยู่ในตำแหน่งจนเกษียณอายุได้ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2558 แต่เนื่องจากครอบครัวอยากให้พักผ่อน และส่วนหนึ่งก็ยอมรับเรื่องงานก็มีส่วน โดยเฉพาะการเร่งรัดทวงคืนที่หลวงคืนจากนายทุน” นายวีระชัย กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้บรรยากาศการทำงานในกระทรวงเกษตรฯ เป็นไปด้วยความตึงเครียดหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งรัดให้รัฐมนตรีและข้าราชการประจำต่างเร่งรัดดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล เช่น การแก้ปัญหาราคาข้าวและยางพาราตกต่ำ รวมถึงนโยบายการทวงคืนที่ดินจากนายทุนมาจัดสรรให้เกษตรกร
“นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯ เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงทุกสัปดาห์ เพื่อเร่งรัดงานให้ได้ตามเป้าและนโยบายรัฐบาล แต่สิ่งที่ทำให้ข้าราชการระดับสูงชุดปัจจุบันไม่สบายใจอย่างมาก คือ กลุ่มที่ปรึกษาของ รมว.เกษตรฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ เก่า และเคยมีปัญหาความขัดแย้งกันมาก่อน ส่งผลให้เกิดการขัดแย้งกันในระดับนโยบายและการสั่งการ” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายวีระชัย ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว แต่เชื่อว่าจะไม่ทำให้นโยบายทวงคืนที่ ส.ป.ก.จากนายทุนชะงักงัน เพราะได้วางระบบต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว เช่น การใช้ดาวเทียมสำรวจพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ถูกครอบครอง การแก้ไขกฎหมาย ส.ป.ก.เพื่อให้การทวงคืนที่ดิน หรือซื้อดินที่จากเอกชนมาจัดสรรให้เกษตรกรมีความคล่องตัวขึ้น อีกทั้งหากได้เลขาฯ ส.ป.ก.คนใหม่เข้ามาทำงานก็จะทำให้มีเวลาการทำงานต่อเนื่องหลายปี
สำหรับความคืบหน้าในการทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก.ที่ถูกนายทุนหรือถูกผู้ที่ไม่ใช่เกษตรกรบุกรุกนั้น ส.ป.ก.ทวงคืนที่ดินกลับมาได้แล้ว 1.5 ล้านไร่ เหลืออีก 3.5 ล้านไร่ ที่ต้องเดินหน้าทวงคืนต่อไป ซึ่งล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.แปลงใหญ่ในภาคอีสานที่ถูกนายทุนกว้านซื้อไปปลูกยางพาราก่อนหน้านี้







