posttoday
Economic Outlook 2015 ไทย : ฟื้นตัวปานกลาง

Economic Outlook 2015 ไทย : ฟื้นตัวปานกลาง

07 มกราคม 2558

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ด้านตลาดแรงงาน (ข้อมูลเดือน ต.ค. 14) พบว่า อัตราว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.75 โดยตลาดแรงงานในประเทศเผชิญภาวะตึงตัวต่อเนื่อง จำเป็นต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวในบางธุรกิจ

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ด้านตลาดแรงงาน (ข้อมูลเดือน ต.ค. 14) พบว่า อัตราว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.75 โดยตลาดแรงงานในประเทศเผชิญภาวะตึงตัวต่อเนื่อง จำเป็นต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวในบางธุรกิจ

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ (ข้อมูลเดือน พ.ย. 14) อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 1.26 ลดลงจากร้อยละ 1.48 ในเดือน ต.ค.ชะลอลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 นับตั้งแต่เดือน พ.ค.เป็นต้นมา ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.60 ลดลงจาก 1.67 ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งระดับราคาชะลอตัวลงเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาพลังงานโลก และการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง

ส่วนอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ พบว่า จีดีพีไตรมาส 2/2014 และไตรมาส 3/2014 อยู่ที่ร้อยละ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ซึ่งการใช้จ่ายภาครัฐและภาคเอกชนชะลอลงมากใน 2 ไตรมาสหลัง

สำหรับปัจจัยเฉพาะประเทศ พบว่า การบริโภคภายในประเทศหดตัว กำลังซื้อลดลง ทิศทางการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น และประเทศกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง โดยเชื่อว่าทิศทางของเศรษฐกิจไทยในปี 2015 จะขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน การส่งออกอาจจะกลับมาหนุนจีดีพีได้ส่วนหนึ่ง

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังทิศทางการเมืองชัดเจนขึ้น โดยเราคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับแรงส่งจากอุปสงค์ในประเทศโดยเฉพาะการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งการผลักดันโครงการใหญ่ในปี 2015 จะมีส่วนช่วยดันเศรษฐกิจให้สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ และความเชื่อมั่นภาคเอกชนน่าจะปรับดีขึ้น

สำหรับปัจจัยที่ควรจับตามอง ได้แก่

การส่งออกสินค้าและบริการที่อาจจะฟื้นตัวได้เพียงส่วนหนึ่ง เนื่องจากข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีการผลิตในประเทศของไทยอาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

ปัญหาโรคระบาดในกุ้ง รวมทั้งปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

ขณะที่อัตราการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวน่าจะขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่รัฐบาลจะถอนการใช้กฎอัยการศึก เนื่องจากบางประเทศยังไม่ลดการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย

สำหรับการบริโภคภาคเอกชนในส่วนของสินค้าไม่คงทนคงจะกลับมาได้ในระดับปกติ แต่การใช้จ่ายในสินค้าคงทนอาจจะขยายตัวต่ำ เพราะมีข้อจำกัดของหนี้ภาคครัวเรือน อย่างไรก็ดีเราคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2558 น่าจะกลับเข้ามาในอัตราปกติที่ร้อยละ 4.1-4.8 ได้

ด้านฝั่งนโยบายการเงิน เราคาดว่าด้วยอัตราเงินเฟ้อปัจจุบันของไทยทรงตัวต่ำและเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศอื่นๆ อันเป็นผลจากฝั่งอุปทานที่ระดับราคาพลังงานโลก สินค้าเกษตร และสินค้าโภคภัณฑ์ ปรับลดทั่วโลก ทำให้อัตราเงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของ ธปท. จึงเปิดช่องให้ ธปท.สามารถใช้นโยบายการเงินเพื่อผ่อนคลายได้เพิ่มเติมหากการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามคาด ทั้งนี้ในเบื้องต้นเรามองว่าในปี 2558 นี้ ธปท.อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ 25-50 bps.

Thailand’s Government Project

การปรับโครงสร้างภาษี (Tax Reform)

การลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นระยะสั้น ลดหย่อนภาษีเพื่อการท่องเที่ยวปีละ 15,000 บาท คงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคลไปถึงปี 2015

ภาษีที่จะกระทบฝั่ง Retail : การนำภาษีมรดกและภาษีการรับให้มาใช้ การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษีที่จะกระทบฝั่ง Business : การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต การปรับโครงสร้างการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

โครงการก่อสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)

โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งในแผนการก่อสร้างในกรอบของปี 2558-2565 (ข้อมูลจาก สบน.จะอยู่ที่ราว 2.006 ล้านล้านบาท) โดยจะเป็นแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเร่งด่วนปี 2558 มูลค่า 6.89 หมื่นล้านที่เหลือสำหรับปี 2559-2568 อีก 1.938 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ ครม.ได้เห็นชอบที่จะร่วมกันพัฒนาโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน (สแตนดาร์ดเกจ) 1.435 เมตร ร่วมกันระหว่างจีนและไทยใน 3 ช่วง คือ ช่วงหนองคาย-นครราชสีมา-แก่งคอย/ช่วงแก่งคอย-กรุงเทพฯ/และช่วงแก่งคอย-ชลบุรี-มาบตาพุด รวมระยะทางประมาณ 867 กิโลเมตร ในงบ 4 แสนล้านบาท น่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2559

การปรับปรุงโครงสร้างพลังงาน (Energy Reform)

ปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนที่เป็นจริง ให้ราคามีความเป็นธรรมกับผู้บริโภคพลังงานในทุกภาคส่วน และลดภาระด้านการคลังจากการสนับสนุนราคาพลังงานเป็นระยะเวลานาน

ราคาของน้ำมันดีเซล LPG และ CNG จะถูกปรับให้เหมาะสมมากขึ้น โดยจะเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตและเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันในส่วนของน้ำมันดีเซล และปรับโครงสร้าง LPG และ CNG ให้เหมาะสมกับต้นทุนที่เป็นจริง

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (Stimulus Package) มูลค่า 3.645 แสนล้านบาท ประกอบไปด้วย

เร่งการเบิกจ่ายจากงบที่ค้างใน FY 2014 ราว 1.47 แสนล้านบาท

เร่งเบิกจ่ายงบที่ Earmark ไว้แล้วใน FY 2015 ภายในเดือน ธ.ค. 1.29 แสนล้านบาท

เร่งเบิกจ่ายงบเพื่อซ่อมแซมและโครงการขนาดเล็กเพื่อการศึกษาและสาธารณสุข 2.3 หมื่นล้านบาท

เร่งเบิกจ่ายงบที่ค้างท่อตั้งแต่ FY 2005-2013 ราว 2.49 หมื่นล้านบาท

โครงการสนับสนุนชาวนา 4 หมื่นล้านบาท

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่