posttoday
เล็งเว้นภาษีบ้าน 3 ล้านบาท

เล็งเว้นภาษีบ้าน 3 ล้านบาท

04 มกราคม 2558

ถือเป็นข่าวดีตั้งแต่ต้นปีก็ว่าได้ เมื่อกระทรวงการคลังเตรียมลดภาษีให้กับผู้ที่ต้องการมีบ้านใหม่ในราคา 2-3 ล้านบาท

ถือเป็นข่าวดีตั้งแต่ต้นปีก็ว่าได้ เมื่อกระทรวงการคลังเตรียมลดภาษีให้กับผู้ที่ต้องการมีบ้านใหม่ในราคา 2-3 ล้านบาท จากเดิมให้แค่ 1 ล้านบาท

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ได้พิจารณาและเห็นชอบในหลักการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในเดือน ม.ค. 2558

นอกจากนี้ สศค.อยู่ระหว่างปรับปรุงการยกเว้นภาษีที่ดินบ้านอยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่แท้จริงในปัจจุบันมากขึ้น จากที่เคยคิดว่าจะยกเว้นให้กับบ้านที่มีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท แต่บ้านในเมืองราคาดังกล่าวหาได้ยาก จึงจะมีการปรับราคาบ้านที่ได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเป็น 2 หรือ 3 ล้านบาท และเก็บแบบอัตราก้าวหน้า คือ ในส่วนของ 1 ล้านบาทแรกจะได้รับการยกเว้นภาษี แต่ล้านที่ 2 หรือ 3 ต้องเสียภาษี

สำหรับการยกเว้นภาษีที่ดินโดยการกำหนดราคาที่จะได้รับการยกเว้นนั้น จะเป็นธรรมมากกว่าการกำหนดพื้นที่ เพราะพื้นที่ที่เท่ากันจะมีราคาที่แตกต่างกัน เช่น การยกเว้นภาษีให้เจ้าของที่ดินพื้นที่ 100 ตารางวา ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ ที่ดินดังกล่าวอาจมีราคาเป็นร้อยล้านบาท แต่ในต่างจังหวัดราคาอาจจะหลักหมื่นหรือแสนบาท แต่ได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนกัน ซึ่งไม่เป็นธรรม เพราะผู้ที่มีมากก็ควรจ่ายภาษีมากกว่า

คลังดันสินค้าค้ำหนี้

คลังเตรียมชงร่างกฎหมาย หลักประกันเข้า ครม. ใช้สินทรัพย์อื่นไม่ใช่ที่ดินค้ำเงินกู้ได้ ายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ส่งร่าง พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจกลับมาที่กระทรวงการคลังแล้ว หลังจากที่ได้ส่งไปให้พิจารณาตีความกฎหมายครั้งสุดท้ายก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้

ด้าน นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ได้เห็นร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว สาระสำคัญคือจะช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย เป็นกฎหมายที่เสริมความถูกต้องให้หลักประกันบางประเภทที่ธนาคารรับอยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่มีกฎหมายรองรับ เช่น สมุดเงินฝาก ใบเสร็จสั่งสินค้า หรือสินค้าคงคลัง ที่ใช้ได้เพราะเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างผู้กู้กับธนาคาร

กบข.หวั่นข้าราชการลาออก

กบข.แนะข้าราชการคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลาออกจากกองทุน กลับไปรับบำนาญหลังเกษียณนายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากรัฐบาลแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 เปิดให้ข้าราชการสามารถขอกลับไปใช้สิทธิรับบำเหน็จบำนาญได้ตามเดิม ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. 2557-30 มิ.ย. 2558 ทาง กบข.ได้ทยอยส่งหนังสือไปให้ข้าราชการแล้วประมาณ 1 ล้านราย

ทั้งนี้ ต้องการให้ข้าราชการตัดสินใจให้รอบคอบหลังจากเห็นตัวอย่างข้าราชการ 10 ราย ได้ตัดสินใจกลับไปรับบำนาญ แต่เมื่อพบว่าเมื่อออกเกษียณอายุราชการจะได้รับบำนาญและเงินก้อนประมาณ 7 แสน-1 ล้านบาท จึงต้องการกลับเข้าไปเป็นสมาชิก กบข.เหมือนเดิม แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ห้ามเปลี่ยนใจ เมื่อได้ตัดสินใจออกจากสมาชิก กบข.แล้ว จึงต้องการแนะนำให้ข้าราชการสมาชิก กบข.ตัดสินใจให้รอบคอบ

อย่างไรก็ตาม ผู้ได้รับประโยชน์ดีที่สุด คือ กลุ่มข้าราชการที่มีอายุราชการตั้งแต่ 40-50 ปี ซึ่งจะเป็นกลุ่มข้าราชการทหาร ตำรวจ เพราะนับอายุราชการตั้งแต่ศึกษาเป็นนักเรียนทหาร ตำรวจ และเป็นกลุ่มที่ได้รับอายุราชการทวีคูณจากกรณีไปรับราชการในถิ่นทุรกันดาร

เด้งอธิบดีกรมธนารักษ์

ในที่สุดก็ไม่สามารถต้านแรงเสียดทานได้ เมื่อการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดสุดท้ายของปี 2557 วันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้งข้าราชการ พลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการคลัง ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย ดังนี้ 1.นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง 2.นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่