
หุ้นการบินสวิงได้รอบซื้อขาย
‘พาที’ ระบายหุ้นนกแอร์ออกกำเงินสด 7 ล้าน AAV ตกใจข่าวโบรกเชียร์เก็บของดีราคาถูก
‘พาที’ ระบายหุ้นนกแอร์ออกกำเงินสด 7 ล้าน AAV ตกใจข่าวโบรกเชียร์เก็บของดีราคาถูก
“พาที” ขายหุ้นสายการบินนกแอร์เกือบ 6 แสนหุ้น “พุฒิพงศ์” เก็บ BA
ความผันผวนของหุ้นธุรกิจการบินในช่วงที่ผ่านมาตามราคาน้ำมันที่ลดลง เป็นโอกาสให้ผู้บริหารเข้าไปซื้อหรือขายหุ้น โดยนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) ได้ขายอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. จำนวน 2 แสนหุ้น ราคา 13.28 บาท วันรุ่งขึ้นขายอีก 3 แสนหุ้น ราคาหุ้นละ 12.97 บาท และวันที่ 26 ธ.ค. ขายอีก 85,000 หุ้น ราคา 12.90 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7.63 ล้านบาท ขณะที่ราคาล่าสุดวันที่ 30 ธ.ค. ปิดที่ระดับ 13.10 บาท
ด้าน บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นจำนวน 1 แสนหุ้น ราคาหุ้นละ 20.20 บาท เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา เทียบกับราคาปิดล่าสุดวันที่ 30 ธ.ค. ที่ระดับ 19.50 บาท
ทั้งนี้ หุ้น BA ในปัจจุบันยังซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าที่เสนอขาย 26 บาท และในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งมีมติอนุมัติให้ BA โอนทุนสำรองตามกฎหมาย 210 ล้านบาท และส่วนล้ำมูลค่าหุ้น 3,224,253,762.25 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมทั้งหมดในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท ณ วันที่ 30 ก.ย. 2557จำนวน 3,434,253,762.25 บาท เพื่อต้องการจ่ายปันผลให้ได้เร็วที่สุด โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยในหนังสือชี้ชวนในการเสนอขายหุ้นครั้งนี้แล้ว
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์เครื่องบินโดยสารแอร์เอเชีย (อินโดนีเซีย แอร์เอเชีย) เที่ยวบินคิวแซด 8501 ตกในทะเลชวาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบทางจิตวิทยาถึงหุ้นบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงกว่าตลาด ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นโอกาสในการซื้อหุ้น AAV เนื่องจากแนวโน้มผลการดำเนินงานจะดีขึ้น จากทั้งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลงตามราคาน้ำมัน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป แนะนำให้ “ทยอยซื้อ” AAV ราคาพื้นฐาน 4.90 บาท โดยมีโอกาสที่จะปรับราคาพื้นฐานขึ้น และ ERW จากการฟื้นตัวที่ดีสุดในกลุ่ม ราคาพื้นฐาน 5.20 บาท หลังจากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาโต 2 เดือนต่อเนื่อง (ต.ค.-พ.ย.) จากที่ลดลงตลอด 9 เดือนแรก ซึ่งถูกผลักดันจากนักท่องเที่ยวจีนที่เติบโตแข็งแกร่ง
“AAV จะได้ประโยชน์มากสุด ทั้งจากนักท่องเที่ยวจีนที่เติบโตและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง จากสัดส่วนผู้โดยสารจีนที่มากสุดและการทำ Hedging น้ำมันน้อยสุด แต่นักท่องเที่ยวรัสเซียที่ลดลงส่งผลมากสุดกับ CENTEL โดย ERW จะเป็นบริษัทที่ฟื้นตัวมากสุดในกลุ่ม” บล.ฟิลลิป ระบุ







