
เลิกกิจการ?
การประกอบกิจการในรูปแบบบุคคลธรรมดาห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัดหรือนิติบุคคลอื่นใดผู้ประกอบการเล็งเห็นแล้วว่ารูปแบบนั้นๆ มีข้อดีข้อด้อยอย่างไร โดยเฉพาะการปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร มีเรื่องปฏิบัติที่เหมือนและแตกต่างกัน เช่น การขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร การจัดทำรายงานภาษี การยื่นแบบเสียภาษี เป็นต้น
การประกอบกิจการในรูปแบบบุคคลธรรมดาห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัดหรือนิติบุคคลอื่นใดผู้ประกอบการเล็งเห็นแล้วว่ารูปแบบนั้นๆ มีข้อดีข้อด้อยอย่างไร โดยเฉพาะการปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร มีเรื่องปฏิบัติที่เหมือนและแตกต่างกัน เช่น การขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร การจัดทำรายงานภาษี การยื่นแบบเสียภาษี เป็นต้น
การเลิกกิจการก็เช่นกัน จะใช้วิธีหายเข้ากลีบเมฆไปเฉยๆ ได้หรือไม่ ซึ่งก็คงทำได้ แต่มีปัญหาเกิดขึ้นตามมาในภายหน้าเป็นแน่ การเลิกกิจการใช่ว่าจะมาจากสาเหตุขาดทุนอย่างเดียวก็หาไม่ บางรายประกอบการในรูปแบบบุคคลธรรมดา ต่อมาขยายกิจการใหญ่โตมีรายได้มากจึงเปลี่ยนรูปแบบเป็นบริษัทจำกัดก็มากมี แต่ที่เลิกกิจการเพราะขาดทุนก็เยอะ ไม่ว่าจะเลิกกิจการด้วยสาเหตุใดก็ตาม ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะเรื่องของภาษีอากรที่เกี่ยวข้อง
ข้อควรปฏิบัติตามกฎหมายภาษีสรรพากรเมื่อเลิกกิจการ สรุปได้ดังนี้
l แจ้งเลิกการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ หากจะแจ้งเลิกการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนฯ ต้องแจ้งเลิกกับหน่วยงานของกรมสรรพากรในท้องที่ที่เป็นที่ตั้งของสถานประกอบการสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ทั้งนี้ จะต้องแจ้งเลิกภายใน 15 วัน นับแต่วันเลิกกิจการ พร้อมทั้งคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือใบทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่หน่วยงานของกรมสรรพากรที่รับแจ้งเลิก
l คืนบัตรเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ผู้ประกอบการที่เป็นคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัดหรือนิติบุคคลอื่นใด ที่เลิกกิจการโดยมิได้ประกอบการใดๆ อีก เมื่อแจ้งเลิกกิจการต้องคืนบัตรเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรให้แก่หน่วยงานของกรมสรรพากรที่รับแจ้งเลิก
l การยื่นแบบแสดงรายการภาษี ผู้ประกอบการที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษีหากมีเงินได้พึงประเมินถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าแบบที่ยื่นนั้นจะมีภาษีชำระหรือไม่ก็ตาม
ผู้ประกอบการที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัดหรือนิติบุคคลอื่นใด ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เลิกกิจการภายใน 150 วัน นับแต่วันที่เลิกกิจการ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องนำมูลค่าของทรัพย์สินหรือสินค้าที่เหลืออยู่ ณ วันแจ้งเลิกการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมาเป็นยอดขายเพื่อคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีที่แจ้งเลิก หลังจากนั้นให้ยื่นแบบ ภ.พ.30 ไปจนกว่าจะได้รับแจ้งอนุมัติให้เลิกเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 ไปจนกว่าจะได้รับแจ้งอนุมัติให้เลิกเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ
การเลิกประกอบกิจการ ผู้ประกอบการมีหน้าที่ตามที่กล่าวมาข้างต้น อย่าลืมแจ้งเลิกให้เรียบร้อย ทั้งหน่วยงานของกรมสรรพากรหรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สวัสดีครับ







