
CKPเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้า ผลโรดโชว์ดันตปท.ถือหุ้น2%
ผู้ถือหุ้น CKP ไฟเขียว CK สร้างโรงไฟฟ้า 4,300 ล้านบาท คาดเสร็จหนุนรายได้เพิ่มปีละ 2,400 ล้านบาท
ผู้ถือหุ้น CKP ไฟเขียว CK สร้างโรงไฟฟ้า 4,300 ล้านบาท คาดเสร็จหนุนรายได้เพิ่มปีละ 2,400 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2557 ที่ผ่านมา บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) ได้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งที่ประชุมมีมติอนุมัติให้บริษัทว่าจ้างบริษัท ช.การช่าง (CK) เป็นผู้รับเหมาในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่นโครงการ 2 (BIC2) มูลค่า 4,300 ล้านบาท ให้กับบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ซึ่ง CKP ถือหุ้นอยู่จำนวน 65%
น.ส.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ CKP เปิดเผยว่า คาดว่าการก่อสร้าง BIC2 จะแล้วเสร็จและดำเนินการเชิงพาณิชย์ ขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ในปี 2560 ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มเข้ามาปีละประมาณ 2,400-2,600 ล้านบาท
ปัจจุบันบริษัทยังคงดำเนินงานตามแผนและเป้าหมายที่วางไว้ว่าในอีก 510 ปีข้างหน้า กำลังการผลิตไฟฟ้าในพอร์ตรวมจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับที่มากกว่า 4,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีทั้งหมด 750 เมกะวัตต์ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับบริษัท รวมถึงความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ
“แม้ว่าเรามีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมที่มาจากพลังงานน้ำซึ่งได้รับค่าไฟส่วนเพิ่ม (ADDER) ถูกกว่าพลังงานประเภทอื่น แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะไม่มีต้นทุนในเรื่องพลังงานเพราะน้ำมาจากธรรมชาติ” กรรมการผู้จัดการ กล่าว
สำหรับแผนพัฒนาด้านพลังงานของประเทศ (PDP) ล่าสุดที่ออกมาเบื้องต้นมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าจากถ่านหินขึ้นมาเป็น 30% ซึ่งในส่วนของ CKP ไม่ปิดกั้นและสนใจที่จะศึกษาการสร้างโรงไฟฟ้าในทุกรูปแบบ รวมทั้งพลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์ฟาร์ม ซึ่งขณะนี้รอความชัดเจนจากภาครัฐ ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายจะมีกำลังการผลิตจากโซลาร์ฟาร์มประมาณ 100 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 22 เมกะวัตต์
น.ส.สุภามาส กล่าวถึงผลจากการเดินสายพบนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมาว่า ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะจากการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดพบว่านักลงทุนสถาบันต่างประเทศได้เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 12% ซึ่งถือว่าเหมาะสมจากปัจจุบันมีปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาด (ฟรีโฟลท) อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 20% ส่วนผลการดำเนินงานในปีนี้ รายได้ยังเป็นไปตามเป้าหมายเดิมคือประมาณ 7,000 ล้านบาท
ด้านราคาหุ้น CKP ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.70 บาท มาปิดตลาดที่ 19.30 บาท และวันที่ 31 ต.ค.นี้ หุ้นจะครบเวลาที่กำหนดให้วางเงินสดล่วงหน้า 100% ก่อนสั่งซื้อ (แคชบาลานซ์)







