
เซ็นตั้งแบงก์อินฟราฯเอเชีย
รมว.คลังผนึก22ชาติลงนามเอ็มโอยู จีนหัวขบวนลงขันนำร่อง1.6ล้านล้านบาท
รมว.คลังผนึก22ชาติลงนามเอ็มโอยู จีนหัวขบวนลงขันนำร่อง1.6ล้านล้านบาท
คลังลงนาม 22 ชาติ ตั้งแบงก์โครงสร้างพื้นฐานเอเชีย จีนอัดทุน 1.6 ล้านล้าน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ในการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (เอไอไอบี) ระหว่างการร่วมประชุมรัฐมนตรีคลังเอเปกที่จีน เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับรัฐมนตรีคลังจากมาเลเซียและฟิลิปปินส์ โดยเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของไทยร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง
ทั้งนี้ ร่างเอ็มโอยูที่มีการลงนามกันอย่างเป็นทางการครบ 22 ชาติ เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ได้กำหนดหลักการและกรอบการดำเนินงานเบื้องต้นของเอไอไอบี ทว่าการลงนามในครั้งนี้ยังไม่มีผลผูกพันในการเข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้น จนกว่าสมาชิกผู้ก่อตั้งทั้งหมดจะลงนามในร่างความตกลงเพื่อการจัดตั้งเอไอไอบี ซึ่งจะมีการยกร่างความตกลงขึ้นหลังจากนี้
ด้านเอพีรายงานว่า จีนซึ่งเป็นประเทศผู้ผลักดันโครงการดังกล่าวจะนำร่องสนับสนุนทางการเงินที่ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท) โดยหลอจี้เหว่ย รัฐมนตรีคลังของจีน กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญไปสู่การจัดตั้งเอไอไอบีอย่างเป็นทางการต่อไป แต่ยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน
ทั้งนี้ 22 ประเทศผู้ร่วมก่อตั้งเอไอไอบี ประกอบด้วย 10 ชาติอาเซียน รวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น อินเดีย มองโกเลีย และคูเวต แต่ไม่มีญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชียและเป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของสหรัฐ
ก่อนหน้านี้สหรัฐได้คัดค้านแนวคิดจัดตั้งเอไอไอบี เนื่องจากมองว่าเป็นโครงการซึ่งทับซ้อนกับธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่นำโดยสหรัฐและธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ที่นำโดยญี่ปุ่น
สำหรับการจัดตั้งธนาคารเอไอไอบีเป็นแนวคิดริเริ่มที่เสนอจีน มีวัตถุประสงค์หลักในการให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิกในการลงทุน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ อาทิ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน คมนาคมและสื่อสารโทรคมนาคม และจะเป็นแหล่งเงินทุนอีกทางเลือกหนึ่งของไทยและประเทศต่างๆ ในเอเชียที่ยังมีความต้องการเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสูงมาก
ทั้งนี้ สถาบันการระหว่างประเทศของสิงคโปร์ (เอสไอไอเอ) คาดการณ์ว่า ภายในปี 2563 ภูมิภาคเอเชียจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานราว 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เฉพาะในอินโดนีเซียประเทศเดียวอยู่ที่ 2.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และในกลุ่มประเทศอินโดจีน ประกอบด้วย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และไทย แต่ไม่รวมพม่าอยู่ที่ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ







