
เปิดตำนานด่านอรัญฯชนวนกรมศุลฯร้องคสช.ช่วย
เป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อ สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
เป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อ สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ออกมาเปิดเผยเองว่า ได้แจ้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มาช่วยกรมศุลกากรในการปราบทุจริตจากการนำเข้าสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี เพราะหลายกรณีพบว่ามีทหารในพื้นที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนสินเข้าไม่ถูกต้อง
ครั้งนี้อธิบดีกรมศุลกากรพุ่งเป้าไปพื้นที่ด่านศุลกากรที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยระบุว่า มีทหารไปยืนคุมสะพานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อขนสินค้าข้ามแดนโดยไม่ยอมเสียภาษี และขัดขวางการเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร นอกจากนี้ยังมีข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการไม่ถูกต้อง ระดมประชาชนในพื้นที่มาขัดขวางการเข้าจับกุมสินค้าที่เข้ามาอย่างไม่ถูกต้องด้วย
คงจะจำกันได้ว่า เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชานับร้อยที่เข้ามาค้าขายในตลาดโรงเกลือ ร่วมมือกับพ่อค้าแม่ค้าไทย ทำการประท้วงเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ที่เข้มงวดตรวจจับการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ไม่ถูกต้อง
การประท้วงครั้งนั้นถึงขั้นนำรถยนต์และรถกระบะมาปิดพรมแดนไทยกัมพูชา บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ รวมทั้งในฝั่งกัมพูชา มีการไปชักชวนชาวกัมพูชาด้วยกันจะมาปิดสะพานมิตรภาพไทยกัมพูชา หวังกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากร จนกระทั่งต้องมีการย้ายนายด่านศุลกากรออกจากพื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ ด่านอรัญประเทศ ถือเป็นด่านใหญ่ที่นอกจากจะมีคนและสินค้าผ่านแดนปริมาณมหาศาลในแต่ละวันแล้ว ก็ยังเป็นด่านที่มีการลักลอบหนีภาษีอย่างหนักเช่นกัน
แต่หลังจากที่ สัมพันธ์ จารุรัตนานนท์ ได้รับมอบหมายให้ไปประจำการเป็นนายด่านศุลกากรอรัญประเทศ ก็ได้มีการกำหนดมาตรการเพิ่มสมรรถนะในการจัดเก็บภาษีอากรทั้งระบบ โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามการลักลอบหนีภาษีอากร มีการจับตัวผู้ต้องหา ยึดของกลาง ยึดยานพาหนะที่กระทำความผิด เรียกได้ว่า ปราบปรามกันอย่างเข้มงวด
ผลก็คือ การจัดเก็บรายได้ศุลกากรที่ด่านอรัญประเทศเพิ่มขึ้นสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดถึง 300% จากที่เคยจัดเก็บได้วันละประมาณ 23 แสนบาท ก็เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 12 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผลจากการปราบปรามอย่างเข้มงวด ก็สร้างความขัดแย้งกับผู้เสียประโยชน์ในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะชายแดน แม้จะเปิดด่านและจุดผ่อนปรนหลายแห่งก็ตาม แต่ด้วยผลประโยชน์มหาศาล ทำให้มีการพยายามหลบเลี่ยงด้วยการใช้ช่องเล็กช่องน้อย
จุดสำคัญที่มีการหลบเลี่ยง คือ บริเวณบ้านวังมน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ ที่มีคลองพรมโหดเป็นเขตแดนธรรมชาติกั้นระหว่างไทยกับกัมพูชา ก่อนหน้านี้มีชายในเครื่องแบบจับมือกับข้าราชการกระทรวงมหาดไทยบางราย ทำให้สร้างสะพานไม้เล็กๆ ข้ามคลองขึ้นเพื่อใช้ขนถ่ายสินค้าไปมา ส่วนใหญ่เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่มาพักเก็บไว้ตามบ้านชาวบ้านแถบนั้น
ซึ่งเมื่อศุลกากรสืบทราบเข้าก็นำกำลังบุกเข้าบ้านพักเพื่อจับกุมและยึดสินค้าทั้งหมด แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบระดมชาวบ้านมาขัดขวาง และกลายเป็นชนวนต่อต้านจนถึงขั้นประท้วงปิดชายแดนดังกล่าว โดยหวังกดดันต่อต้านเจ้าหน้าที่ศุลกากร
การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ทหารและข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ถือว่าอุกอาจมาก ไม่มีความเคารพกฎหมายของบ้านเมืองแม้แต่น้อย
จากนี้คงต้องติดตามดูว่า หลังจาก คสช.รับทราบปัญหาแล้ว จะมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อปราบปรามการทุจริตที่เกิดขึ้น และเป็นเยี่ยงอย่างให้ด่านชายแดนอื่นๆ เข็ดหลาบ ไม่กล้ากระทำผิดซ้ำ







