
ดึงรัฐ-ไอทีดีหารือป้องสิทธิคนทวาย
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จ่อดึงรัฐไอทีดีถกปมทวาย ต้น พ.ย.นี้ หวังป้องสิทธิคนท้องถิ่น
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จ่อดึงรัฐไอทีดีถกปมทวาย ต้น พ.ย.นี้ หวังป้องสิทธิคนท้องถิ่น
นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า จะดำเนินการ 2 ส่วน เพื่อแก้ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ได้แก่ 1.การหาผู้รับผิดชอบผลกระทบของการพัฒนาโครงการที่เกิดขึ้นไปแล้วระหว่างปี 2553-2557 เนื่องจากการลงพื้นที่และพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ทวาย พบว่าโครงการพัฒนาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน เช่น มีการบุกรุกที่ดิน มีการทำให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไป ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ จนไม่สามารถนำน้ำในพื้นที่มาดื่มกินได้
2.การป้องกันผลกระทบของโครงการที่จะดำเนินการกันต่อไป โดยการเรียกร้องให้มีการศึกษายุทธศาสตร์การพัฒนา (เอสอีเอ) การจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) ต่อประชาชน
“เนื่องจากรัฐบาลพม่าและไทยมีแผนจะดำเนินโครงการต่อภายในเดือน พ.ย.นี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงจะเชิญทั้งบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือไอทีดี รวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการทวาย ซึ่งอาจเป็น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ร่วมหารือภายใน 12 สัปดาห์นี้” นพ.นิรันดร์ กล่าว
ที่ผ่านมามีโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการในอาเซียนที่มีผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน อาทิ การพัฒนาเขื่อนไซยะบุรีในลาว การลงทุนโดยบริษัทน้ำตาลขนาดใหญ่ของไทยในพื้นที่เกาะกงของกัมพูชา โดยโครงการทั้งหมดถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน อยู่ในขอบเขตที่คณะกรรมการสามารถเข้าไปดูแลได้
ทั้งนี้ การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนไม่ได้มีเพียงแต่ด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีด้านสังคมและวัฒนธรรมด้วย และในข้อตกลงของอาเซียนก็มีการพูดถึงสิทธิในการมีชีวิต สิทธิในการมีวัฒนธรรม ตลอดจนสิทธิในการประกอบภาคการเกษตร ทางคณะกรรมการจะร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอาเซียน (ไอช่า) เพื่อให้การพัฒนาโครงการ เช่น โครงการทวายอยู่บนหลักความเสมอภาคไม่ทำร้ายประชาชน
ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า ทางญี่ปุ่นสนใจจะร่วมลงทุนในเฟส 2 ของโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งไทยไม่ขัดข้อง แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทางการพม่า







