posttoday
เขตการค้าพิเศษเมียวดีสร้างสมดุลค้าไทย-พม่า

เขตการค้าพิเศษเมียวดีสร้างสมดุลค้าไทย-พม่า

21 ตุลาคม 2557

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

เมียวดี เมืองคู่แฝดของ อ.แม่สอด ที่รัฐบาลของไทยและพม่ามีนโยบายจะพัฒนาควบคู่กันไปให้สอดคล้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกันให้มีความสะดวกมากขึ้น ซึ่งจังหวัดเมียวดีได้ดำเนินการสร้างจุดให้บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และเตรียมจะทำเขตอุตสาหกรรมพิเศษในเมืองเมียวดี เพื่อรองรับการลงทุนจากนักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการเข้ามาลงทุน

อูมินยอ ผู้อำนวยการเขตการค้าพิเศษเมียวดี (Special Trade Zone) กล่าวว่า การก่อตั้งเขตการค้าพิเศษเมียวดี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการค้าการลงทุนระหว่างไทยพม่า ตามแนวชายแดนเป็นหลัก มีพื้นที่ 466 เอเคอร์ รวมถึงส่งเสริมการค้า การลงทุนให้กับคนในพื้นที่จังหวัดเมียวดี เนื่องจากพม่ายังผลิตสินค้าน้อย ส่วนใหญ่เป็นการผลิตสินค้าเกษตรมากกว่า

สำหรับเขตการค้าเมียวดีก่อสร้างเมื่อปี 2549 ซึ่งรัฐบาลพม่าต้องการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นเส้นทางแห่งอนาคต เพื่อรองรับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และรองรับการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (Eastern Corridor)ที่เชื่อมจากเวียดนามผ่านประเทศพม่าเข้าสู่ประเทศอินเดีย โดยพื้นที่ดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจระหว่างไทยพม่า ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ การอำนวยความสะดวกในพื้นที่เขตการค้าพิเศษมีลักษณะเป็นจุดให้บริการเบ็ดเสร็จ มีหน่วยงาน 6 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร ฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายความมั่นคง ศุลกากร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานให้บริการด้านการเงิน มาให้บริการอยู่ในพื้นที่ ซึ่งผู้ประกอบการที่ขนส่งสินค้าเข้ามาจากไทยผ่านสะพานมิตรภาพไทยพม่าแห่งที่ 1 จะต้องผ่านจุดให้บริการนี้ เพื่อดำเนินพิธีการทางศุลกากรทั้งหมด โดยพื้นที่แห่งนี้จะเป็นลานจอดรถขนส่งสินค้า เพื่อรอการตรวจ และรอการขนส่งต่อไปพม่า เพราะเส้นทางขนส่งเข้าสู่กรุงย่างกุ้งยังเป็นเส้นทางที่ใช้สลับวัน คือ ใช้ขนส่งเข้าพม่า 1 วัน ใช้ขนส่งมายังไทย 1 วัน สลับกันไป

ขณะเดียวกัน ยังเตรียมพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอุตสาหกรรมพิเศษเมียวดี ซึ่งจะเป็นเขตอุตสาหกรรมชายแดนที่ใกล้กับกรุงย่างกุ้งมากที่สุด หากไปจากประเทศไทย และสามารถรองรับการลงทุนจากทั้งนักลงทุนท้องถิ่น นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนไทยที่สนใจเข้ามาตั้งโรงงานอุตสาหกรรม

“ต้องการให้ทั้งสองประเทศมีการหารือและทำงานร่วมกัน อะไรที่ทำงานร่วมกันได้ ก็ต้องการให้ร่วมมือกัน ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ อีกทั้งยังเป็นที่น่ายินดีที่แม่สอดจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะจะได้มีความร่วมมือกันมากขึ้น”

ด้านอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือ การคมนาคมขนส่งที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร โดยรัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการทำเส้นทางใหม่ในประเทศพม่า หากก่อสร้างเสร็จแล้วอุปสรรคเหล่านี้น่าจะหมดไป และการขนส่งจะทำได้ 24 ชั่วโมง มูลค่าการค้าระหว่างกันจึงน่าจะเพิ่มขึ้น

ตินตินเมี๊ยะ ประธานหอการค้าเมียวดี ประเทศพม่า กล่าวว่า เขตอุตสาหกรรมพิเศษของเมียวดีให้สิทธิประโยชน์เป็นไปตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนของพม่าฉบับใหม่ที่ประกาศออกมาเมื่อปี 2556 เช่น ให้เอกชนสามารถเช่าที่ดินได้ 70 ปี มีการยกเว้นภาษี 8 ปี เป็นต้น ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมประมาณ 80% ขณะเดียวกันเขตอุตสาหกรรมพิเศษน่าจะมีผู้ประกอบการต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับในอนาคตเมื่อเปิดเออีซีในปี 2558 น่าจะมีการส่งเสริมให้สร้างความสมดุลในการค้าขายระหว่างไทยพม่าให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันมีสินค้าจากไทยส่งเข้าพม่าเป็นจำนวนมาก ขณะที่สินค้าจากพม่าที่ส่งเข้าไทยยังมีน้อย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร อาหารทะเล ซึ่งพม่ายังคงมีสินค้าอื่นๆ ที่มีศักยภาพที่จะส่งเข้ามาขายในเมืองไทยได้ เช่น ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น

สมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษให้สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้าน หอการค้าฯ เห็นว่าน่าจะมีพื้นที่ 3 อำเภอ ที่เหมาะสมจะจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด และ อ.พบพระ จ.ตาก โดยรูปแบบการจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษน่าจะมี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.เน้นอุตสาหกรรมการค้า การท่องเที่ยว 2.เน้นศูนย์กระจายสินค้า การท่องเที่ยว 3.เน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเดียว ซึ่งสำหรับ จ.ตาก น่าจะเหมาะสมกับรูปแบบที่ 1 มากที่สุด

การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษจะเป็นประโยชน์ต่อการค้า การลงทุนระหว่างกันมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการค้าชายแดนให้เติบโตต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่