posttoday
ผ่าแผนฟื้นเอสเอ็มอีแบงก์"สาลินี"โชว์เอ็นพีแอลลดพันล้าน

ผ่าแผนฟื้นเอสเอ็มอีแบงก์"สาลินี"โชว์เอ็นพีแอลลดพันล้าน

16 ตุลาคม 2557

ภารกิจฟื้นฟูธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์)

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

ภารกิจฟื้นฟูธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ของ สาลินี วังตาล ที่ปรึกษาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังเดินหน้าอย่างเข้มข้น ถือเป็นงานที่สาลินีถือว่าท้าทายความสามารถอย่างมาก

ทั้งนี้ คณะกรรมการเอสเอ็มอีแบงก์จะต้องส่งแผนฟื้นฟูธนาคารให้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด พิจารณาในเร็วๆ นี้

สาลินี กล่าวว่า แผนฟื้นฟูที่เตรียมเสนอซูเปอร์บอร์ด แบ่งเป็น 4 เรื่องหลัก คือ การขยายสินเชื่อวงเงินต่ำกว่า 15 ล้านบาท ซึ่งได้ปรับสัดส่วนลูกหนี้รายย่อยต่อรายใหญ่เพิ่มเป็น 64% ต่อ 36% ของยอดสินเชื่อ ณ สิ้นเดือน ก.ย. ที่ 8.6 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นอีก 1.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2558 การบริหารจัดการลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ซึ่ง ณ สิ้นเดือน ก.ย. มียอดคงค้างที่ 3.38 หมื่นล้านบาท ลดลง 1,057 ล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปีนี้เตรียมเปิดให้บริษัทบริหารสินทรัพย์เข้าประมูลหนี้เอ็นพีแอล ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ทำกิจการแล้วแต่มีหลักประกัน ซึ่งกำลังแยกออกเป็นกองๆ ตามสถานที่ เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามทวงหนี้ต่อไป

นอกจากนี้ ได้เสนอเรื่องการบริหารสภาพคล่อง โดยการเพิ่มระยะเวลาเงินฝากให้ยาวขึ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจ และการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ฝากเงิน ล่าสุดธนาคารมีสภาพคล่องราว 1 หมื่นล้านบาท รองรับการขยายสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย รวมทั้งได้เสนอเรื่องการบริหารบุคลากร ปรับพนักงานให้ทำงานด้านสินเชื่อและการหารายได้จากเดิมมีสัดส่วนเพียง 13% ให้เพิ่มเป็น 50% ของพนักงานทั้งหมดกว่า 1,700 คน โดยโอนย้ายพนักงานออกไปยังสาขาเพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น

ประกอบกับการเดินหน้าตรวจสอบทุจริตหาคนทำผิดมาลงโทษ และเร่งเรื่องธรรมาภิบาลในองค์กร เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ ตามที่ซูเปอร์บอร์ดตั้งข้อสังเกตไว้

“จากข้อมูลหนี้เสียพบว่าส่วนใหญ่เกิดจากการปล่อยกู้รายใหญ่ ดังนั้นการปล่อยกู้รายเล็ก จะมีแรงจูงใจในการทุจริตน้อยกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงสูงกว่า ดังนั้นจึงได้ตั้งฝ่ายติดตามคุณภาพลูกหนี้ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการเกาะติดและให้ความรู้ลูกหนี้อย่างใกล้ชิด” สาลินี กล่าว

สำหรับผลดำเนินงาน ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 ธนาคารมีเอ็นพีแอล 3.38 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 39% ของสินเชื่อรวม ลดลง 1,057 ล้านบาท เมื่อเทียบจากเดือน มิ.ย. ที่มีเอ็นพีแอล 3.4 หมื่นล้านบาท โดยได้แยกลูกหนี้ออกเป็นกลุ่มที่ไม่ทำกิจการ ทั้งที่มีและไม่มีหลักประกันแต่สำรองครบ จะเตรียมเปิดประมูลขายและจ้างบริษัทเอกชนมาตามทวงหนี้ ส่วนลูกหนี้ตามโครงการรัฐบาลจะขอกระทรวงการคลังชดเชย

ทั้งนี้ 9 เดือนแรกธนาคารมีกำไรสุทธิหลังหักตั้งสำรอง 116 ล้านบาท เนื่องจากภาระการตั้งสำรองลดลง เพราะธนาคารสามารถป้องกันลูกหนี้ที่มีสถานะจัดชั้นปกติไม่ให้ตกชั้นเป็นหนี้เสียได้เพิ่มขึ้น ด้านเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง หรือบีไอเอส อยู่ที่ 7.54%

สำหรับสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 อยู่ที่ 8.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 2,000 ล้านบาท จากเดือน มิ.ย. 2557 เกิดจากการรับชำระหนี้ของลูกหนี้รายใหญ่ที่ขอรีไฟแนนซ์ไปสถาบันการเงินอื่น แต่ธนาคารได้เร่งการปล่อยกู้ในสินเชื่อ 9 เมนู มียอดอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 3,170 ล้านบาท จากยอดที่ยื่นขอสินเชื่อ 4,569 ราย คิดเป็นวงเงิน 7,716 ล้านบาท

แผนฟื้นฟูทั้งหมดนี้ดูดี แต่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะแก้ไขปัญหาของเอสเอ็มอีแบงก์ได้อย่างถาวรหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่