
ธปท.คุมไม่เข้มแบงก์รัฐค้าง3เดือนหนี้ยังไม่เสีย
ธปท.แย้มคุมแบงก์รัฐเข้มงวดเท่าธนาคารเอกชนไม่ได้ เพราะมีพันธกิจทำตามนโยบายรัฐบาล
ธปท.แย้มคุมแบงก์รัฐเข้มงวดเท่าธนาคารเอกชนไม่ได้ เพราะมีพันธกิจทำตามนโยบายรัฐบาล
นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ธปท.ได้หารือแนวทางการกำกับดูแลธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ โดยคาดว่าจะแตกต่างกับการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากธุรกรรมหลายอย่างที่มีความเสี่ยงสูงธนาคารพาณิชย์ทำ แต่ธนาคารรัฐก็ไม่ได้ทำ เช่น อนุพันธ์ ค่าเงินตราต่างประเทศ แต่ธนาคารรัฐมีพันธกิจที่จะต้องดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล
“ธปท.จะต้องมาพิจารณาในรายละเอียดว่าจะใช้หลักเกณฑ์การกำกับตามมาตรฐานสากลฉบับที่ 3 (บาเซิล 3) ที่ใช้กำกับ ธปท. ธนาคารพาณิชย์หรือไม่ หรือจะกำหนดเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ระดับเท่าไร จะกำหนดให้กันสำรองหนี้เสีย วิธีนับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ฯลฯ อย่างไร” นางทองอุไร กล่าว
ดังนั้น หากสภาพการทำธุรกิจต่างกัน การกันสภาพคล่อง การกันสำรองหนี้เสีย ก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนแบงก์พาณิชย์หมดก็ได้ แต่ในการกันสำรองหนี้ อาจจะดูเพียงความเสี่ยงตามเกณฑ์ปกติ เช่น ความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านตลาด และความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ รวมทั้งเงินกองทุนที่ต้องรองรับความเสี่ยง ซึ่งต้องดูตามความเหมาะสม เพราะรูปแบบการทำงานหลายอย่างธปท.ทำอยู่แล้ว แต่บางอย่างที่เพิ่มมาเช่นการกำหนดเคพีไอหรือตัววัดผลงาน ธปท.ควรกำหนดหรือกระทรวงการคลังควรกำหนดก็ต้องดู เพราะที่สุดกระทรวงการคลังยังเป็นผู้กำหนดนโยบายให้แบงก์รัฐทำอยู่” นางทองอุไรกล่าว
นางทองอุไร กล่าว่า ยกตัวอย่างที่การกำกับธนาคารรัฐต้องต่างจากธนาคารพาณิชย์ เช่น วิธีการนับเอ็นพีแอลธนาคารรัฐจะนับเมื่อลูกหนี้ค้างชำระหนี้ครบ 3 เดือนก็ไม่ได้ เพราะลักษณะของลูกหนี้ธนาคารรัฐที่ต้องดูฤดูกาลผลิตหรือโครงการที่กู้เงินไปทำ สมมุติกู้ไปปลูกผัก ปลูกข้าว ก็ต้องมีระยะเวลากว่าจะได้ผลผลิตที่อาจะชำระจากนี้ไป 6 เดือนหรือ 12 เดือนจึงจะชำระหนี้ และถ้าครบกำหนดชำระแล้วนับไปอีก 3 เดือนจึงจะถือว่าเป็นเอ็นพีแอล ไม่ใช่กู้ไป 3 เดือน ไม่จ่ายหนี้ก็เป็นเอ็นพีแอลก็คงไม่ได้ เหล่านี้เป็นรายละเอียดที่ ธปท.ต้องกำหนดให้ธนาคารปฏิบัติ ซึ่งต้องชัดเจนก่อนที่จะไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่สามรถสรุปได้ว่าธปท.จะต้องเพิ่มบุคคลากรมาทำงานตรวจสอบและกำกับธนาคารเฉพาะกิจรัฐที่ได้รับนโยบายจากรัฐบาลให้ดูแลเพิ่มเติมหรือไม่ มีความเป็นไปได้ทั้งจะเพิ่มคนหรือไม่เพิ่มคน เพราะก่อนจะสรุปเรื่องนี้ขอดูงานที่จะทำก่อนว่ามีอะไรบ้างก่อนจะพิจารณาเรื่องคน เพราะตามนโยบายธปท.ไม่ต้องการเพิ่มบุคคลกรมากนัก







