posttoday
การควบรวมกิจการเพื่อลดภาษี M&A Inversion : บทเรียนสำหรับประเทศไทย (ตอนที่ 2)

การควบรวมกิจการเพื่อลดภาษี M&A Inversion : บทเรียนสำหรับประเทศไทย (ตอนที่ 2)

07 ตุลาคม 2557

ในบทความตอนที่แล้วผมได้อธิบายถึง M&A Inversion หรือการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับไปแล้ว สำหรับในตอนนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพมากขึ้น ผมได้ทำแผนภาพของโครงสร้างการถือหุ้นก่อนและหลังการทำการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับ พร้อมทั้งขออธิบายและยกตัวอย่างการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับเพิ่มเติม ดังนี้ (ดูกราฟฟิกประกอบ)

ในบทความตอนที่แล้วผมได้อธิบายถึง M&A Inversion หรือการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับไปแล้ว สำหรับในตอนนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพมากขึ้น ผมได้ทำแผนภาพของโครงสร้างการถือหุ้นก่อนและหลังการทำการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับ พร้อมทั้งขออธิบายและยกตัวอย่างการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับเพิ่มเติม ดังนี้ (ดูกราฟฟิกประกอบ)

นอกจากความพยายามในการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับของ Pfizer ที่ได้ยกเลิกไป และแผนการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับของ Burger King ที่ผมได้กล่าวถึงในตอนที่แล้ว ยังมีกรณีตัวอย่างของบริษัท Chiquita Brands International Inc ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลไม้ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้ควบรวมกิจการกับ Fyffes บริษัทของประเทศไอร์แลนด์ ในช่วง มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทจัดจำหน่ายกล้วยที่ใหญ่ที่สุดในโลก และช่วยประหยัดภาษีได้เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ การซื้อกิจการ Cooper ในไอร์แลนด์ของบริษัท Eaton คาดว่าสามารถช่วยลดภาษีได้ประมาณ 160 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี การซื้อกิจการ Elan ของบริษัท Perrigo คาดว่าช่วยประหยัดภาษีได้ประมาณ 118 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี และการเทกโอเวอร์บริษัท Warner Chilcott โดยบริษัท Actavis แล้วย้ายสำนักงานใหญ่ไปอยู่ในประเทศไอร์แลนด์ คาดว่าจะส่งผลให้ลดภาษีได้ประมาณ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี เป็นต้น (ข้อมูลจาก Financial Time และ Bloomberg)

การที่มีการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับเกิดขึ้นเรื่อยๆ ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีในประเทศสหรัฐอเมริกาและก่อให้เกิดความกังวลต่อรัฐบาลสำหรับภาพรวมทางเศรษฐกิจ ซึ่งนักการเมือง นักวิชาการ และนักเศรษฐกิจการคลัง ต่างเรียกร้องให้รัฐบาลแสวงหาแนวทางแก้ไขปฏิรูปกฎหมายและออกมาตรการป้องกันแก้ไข สำหรับการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับมาโดยตลอด ซึ่งรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเองได้มีการออกกฎหมาย เพื่อควบคุมการทำธุรกรรมการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับมาใช้บังคับในปี 2547 (The American Jobs Creation Act 2004) โดยกำหนดให้มีเกณฑ์การตรวจสอบการดำเนินธุรกิจที่แท้จริง ภายหลังมีการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับ (Substantial Business Activities) รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายภาษี เพื่อป้องกันการเลี่ยงภาษีโดยใช้วิธีการดังกล่าวด้วย และล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2557 กระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศเกี่ยวกับมาตรการสำหรับควบคุมการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีให้มีความชัดเจนมากขึ้น พร้อมเสนอให้มีการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อแนะนำเกี่ยวกับการสร้างแนวทางป้องกันการทำธุรกรรมดังกล่าวให้รัดกุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เองส่งผลให้บริษัทข้ามชาติของสหรัฐหลายบริษัทเริ่มคิดทบทวนถึงแผนการสำหรับการควบรวมกิจการแบบย้อนกลับหรือต้องวางแผนการดำเนินการให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร