
ปรับกลยุทธ์บุกตลาดนอก
หนุนเจาะกลุ่มใหม่เศรษฐกิจโตเร็วกระตุ้นการแปรรูปเพิ่มศักยภาพอุตฯ
หนุนเจาะกลุ่มใหม่เศรษฐกิจโตเร็วกระตุ้นการแปรรูปเพิ่มศักยภาพอุตฯ
พาณิชย์เร่งปรับยุทธศาสตร์ส่งออก เน้นเจาะตลาดใหม่ ใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ พัฒนาค้าชายแดน
นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนย.) เปิดเผยว่า ไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ส่งเสริมการส่งออกใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยต้องเร่งส่งเสริมการส่งออกไปตลาดและภูมิภาคใหม่ๆ ที่มีอำนาจซื้อเพิ่มขึ้น และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ ควบคู่กับการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) รวมทั้งต้องส่งเสริมให้ผู้ส่งออกใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรีมากที่สุด และยกระดับการค้าชายแดนให้มีความคล่องตัวขึ้น
“การส่งออกแบบเดิมที่เน้นแข่งขันด้วยราคา หรือเป็นแค่ผู้รับจ้างผลิต(โออีเอ็ม) อาจไม่เหมาะสมอีกต่อไป เพราะไม่ตอบสนองกับความต้องการในตลาดโลก จึงทำให้ขีดความสามารถการส่งออกสินค้าของไทยลดลง” นางอัมพวัน กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของ สนย. พบว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยสูญเสียความสามารถการแข่งขันด้านส่งออก ส่วนแบ่งการตลาดสินค้าไทยในตลาดโลกลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างสหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และจีน ขณะที่ความสามารถในการแข่งขันลดลงในสินค้าที่โลกมีความต้องการสูง เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร
นอกจากนี้ สินค้าเกษตรซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทยกลับเป็นสินค้าที่ตลาดโลกมีความต้องการน้อยลง อีกทั้งยังอยู่ในช่วงที่มีราคาตกต่ำ เช่น ยางพาราและน้ำตาลทราย ส่วนสินค้าที่มีความต้องการในตลาดโลกขยายตัวสูง เช่น เหล็กและเหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม กลับไม่ใช่เป็นสินค้าส่งออกหลักของไทย
สำหรับตลาดใหม่ที่น่าสนใจ คือ กลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (บริคส์) ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ รวมถึงตลาดใหม่ เช่น อาเซียน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ตุรกี เม็กซิโก อียิปต์ บังกลาเทศ และปากีสถาน
ขณะเดียวกัน ต้องรักษาส่วนแบ่งการตลาดในตลาดหลักเดิมไว้ โดยการกำหนดกลยุทธ์การส่งออกต้องให้เหมาะสมกับตลาด เช่น เน้นสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์สินค้าและบริการไทย ปรับรูปแบบสินค้าส่งออกให้มีความแตกต่าง เน้นกลุ่มสินค้าที่โลกมีความต้องการและเติบโตสูง และสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม
นางอัมพวัน กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการต้องเร่งส่งเสริมและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตตลอดห่วงโซ่ (ซัพพลายเชน) ในสินค้าที่ไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไป ส่งเสริมการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่มีความต้องการในตลาดโลกน้อยและมีราคาตกต่ำ เช่น สินค้าเกษตร และเกษตรแปรรูป โดยมุ่งเน้นการแข่งขันด้วยคุณภาพ พร้อมทั้งพัฒนาและส่งเสริมช่องทางทางการค้าใหม่ๆ โดยการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มการเข้าถึงตลาดและลดต้นทุนการขาย







