
โทนสีแห่งปี 2015
แนวโน้ม หรือ “เทรนด์” การใช้สีเพื่อการออกแบบ โดยเฉพาะในวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นจากกูรูดีไซเนอร์ระดับโลก ที่ร่วมออกมากำหนดโทนการใช้สีล่วงหน้า 1 ปีเสมอ เพื่อให้เหล่านักออกแบบ เจ้าของสินค้าแฟชั่นเครื่องแต่งกาย หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ ใช้เป็นไกด์ไลน์ในการออกแบบสินค้า ภายใต้โทนสีหรือธีมเดียวกันทั่วโลก
แนวโน้ม หรือ “เทรนด์” การใช้สีเพื่อการออกแบบ โดยเฉพาะในวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นจากกูรูดีไซเนอร์ระดับโลก ที่ร่วมออกมากำหนดโทนการใช้สีล่วงหน้า 1 ปีเสมอ เพื่อให้เหล่านักออกแบบ เจ้าของสินค้าแฟชั่นเครื่องแต่งกาย หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ ใช้เป็นไกด์ไลน์ในการออกแบบสินค้า ภายใต้โทนสีหรือธีมเดียวกันทั่วโลก
เช่นเดียวกับโทนสีประจำปี 2015 ที่เปิดตัวออกมาแล้ว ซึ่งผู้เขียนมีโอกาสไปดูงานแสดงสินค้าแฟชั่นของใช้ตกแต่งและเครื่องประดับระดับเอเชียผ่านงาน “ฮ่องกง แฟชั่น แอกเซส 2014” (Hong Kong Fashion Access 2014) ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
ในงานดังกล่าวได้มีการจัดพื้นที่แสดง “แฟชั่น เทรนด์ สเปซ” ถ่ายทอดแนวโน้มการใช้สีกลุ่มสินค้าแฟชั่นต่างๆ สำหรับคอลเลกชั่น สปริงซัมเมอร์ 2015 ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า ซึ่งการเข้าสู่อารมณ์แห่งการใช้สี “Fashion Sensations” ในปีหน้า ประกอบด้วย 4 ทิศทางหลัก ดังนี้ Lightweight SensationsPoetic Modernity, Discreet SensationsNatural Elegance, Invigorating SensationsHybrid Freedom และ Voluptuous SensationsExotic Refinement
แต่เพื่อให้เห็นโทนการใช้สีในปีหน้าได้ชัดขึ้นมาอีกนิด “ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ” ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้ขยายให้ฟังถึงแนวโน้มการใช้สีในปี 2015 โดยเฉพาะคอลเลกชั่น ออทัมน์วินเทอร์ 20152016 นี้ ที่ถูกกำหนดไว้ 3 เทรนด์หลัก ภายใต้กลุ่มสีหลักๆ อย่าง สีเทา เขียว และชมพู แดงอมม่วง ที่จะใช้เฉดสีหรือโทนต่างกันออกไป
ซึ่งทางสถาบันได้ยึดธีมการใช้สีดังกล่าวมาพัฒนาร่วมกับผลิตภัณฑ์ไหมไทยและแคชเมียร์ด้วยเช่นกัน
อย่างเทรนด์สี กลุ่มแรก SILENCE ซึ่งจะเป็นกลุ่มโทนสีกลางกึ่งสีอ่อน หรือพาสเทล เช่น สีเทา เงิน ให้ความรู้สึกอบอุ่น สงบ สะท้อนถึงสไตล์แห่งความร่วมสมัย
เทรนด์สีกลุ่มที่ 2 คือ LANGUOR ที่เพิ่มระดับสีแห่งความสดใสขึ้นมา เช่น สีโทนชมพูแสด เขียวอมฟ้า ที่เบรกค่าสีให้อ่อนลงมา แต่ไม่ถึงกับเป็นสีพาสเทล ให้ความรู้สึก นุ่มนวล และมีความสุข
สุดท้ายกลุ่มเทรนด์ที่ 3 RICHNESS ที่ไล่ระดับค่าสีให้เข้มขึ้น จากโทนสีเขียวอมม่วง ไปจนถึงม่วงเข้ม ให้อารมณ์ หรูหรา สง่างาม ผสมความเงียบขรึม
ทั้งหมดถือเป็นไกด์สีคร่าวๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีหน้า ที่ช่วยขมวดให้อุตสาหกรรมแฟชั่นมีการเลือกใช้สีที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยไม่แตกกลุ่ม ซึ่งนักออกแบบท้องถิ่น หรือ โลคัล ดีไซเนอร์ จะต้องเป็นผู้ตีโจทย์แนวทางการใช้สีจากไกด์ไลน์ดังกล่าวออกมาให้แตกด้วยเช่นกัน







