
ฟิล์มกันรอยพุ่งตามมือถือโฟกัสอัดงบยึดผู้นำตลาด
โฟกัส รุกหนักหวังรักษาฐานเบอร์ 1 ตลาดฟิล์มกันรอย มั่นใจโตตามสมาร์ทโฟน พร้อมรุกเออีซี
โฟกัส รุกหนักหวังรักษาฐานเบอร์ 1 ตลาดฟิล์มกันรอย มั่นใจโตตามสมาร์ทโฟน พร้อมรุกเออีซี
ทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาทจัดแคมเปญใหญ่ มั่นใจโตตามตลาดสมาร์ทโฟนพร้อมเร่งยอดขายไตรมาสสุดท้ายให้ทัน 35% ไม่เกินปีหน้า พร้อมรุกตลาดเออีซีช่วงปลายปี ตั้งเป้าโตปีนี้ 500 ล้านบาท
นายอมรศักดิ์ แดงแสงทอง รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท ดีพลัส อินเตอร์เทรด ผลิตและจัดจำหน่ายฟิล์มกันรอยโทรศัพท์มือถือแบรนด์ โฟกัส เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ตลาดฟิล์มกันรอยและอุปกรณ์เสริมถือว่าโตมากเป็นกว่าปกติ เนื่องจากตลาดไอทีที่ซบเซาในช่วงกลางปีที่ผ่านมาเริ่มกลับมาฟื้นตัว และคาดว่าจะสามารถโตต่อเนื่องจนถึงไตรมาสแรกปีหน้า
สำหรับตลาดฟิล์มกันรอยและอุปกรณ์เสริม มีผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่จำนวนมากและมีการแข่งขันสูง คาดมูลค่าตลาดรวมราคาขายปลีก 5,000 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดฟิล์มมูลค่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเป็นผู้นำตลาดฟิล์มกันรอยด้วยส่วนแบ่งกว่า 50% ส่วนอันดับ 2 เป็นแบรนด์จีนที่มีส่วนแบ่งตลาดทิ้งห่างหรืออยู่ที่ 1020% และในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายเติบโตถึง 100% หลังจากทำตลาดอย่างเป็นทางการ
“ในปีหน้าตลาดฟิล์มกันรอยและอุปกรณ์เสริมจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ถี่มากขึ้น อีกทั้งกลุ่มผู้ใช้เครื่องเดิมยังมีความจำเป็นในการซื้ออุปกรณ์เสริมและฟิล์มกันรอย เพื่อเปลี่ยนแทนของเก่าในลักษณะสินค้าฟุ่มเฟือย” นายอมรศักดิ์ กล่าว
มาก ซึ่งตัวเลขที่เก็บได้มาจากภายในองค์กรเองซึ่งยอดขายปีที่แล้วโต 100% เพราะเข้ามาขายและทำตลาดอย่างเป็นทางการและในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่าจะเพิ่มอีก 2030% และตอนนี้เราก็ถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งที่มีส่วนแบ่งกว่า 50% ซึ่งเบอร์สองเป็นแบรนด์จีนที่มีสัดส่วนประมาณ 1020% เท่านั้น"
ปัจจุบัน ประเภทของฟิล์ม แบ่งเป็น ฟิล์มใสหรือด้านทั่วไป 65% ที่เหลือเป็นฟิล์มกันรอยกันกระแทกและถนอมสายตา 35% ซึ่งบริษัทจะบุกทำตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาด โดยล่าสุดได้ทุ่มงบ 20 ล้านบาท จัดแคมเปญ ติดโฟกัส บินลัดฟ้าไปเจแปน หวังกระตุ้นยอดขายในไตรมาสสุดท้ายเพิ่ม 3035% จากปีนี้ตั้งเป้ารายได้รวม 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากราคาขายส่ง
ก่อนหน้านี้เราทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องเล่นเอ็มพี3 และเพิ่งมาทำตลาดฟิล์มอย่างเป็นทางการช่วง 5 ปีหลัง ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากแต่เราก็ยังผลิตสินค้าในกลุ่มอื่นๆ เช่นเดิมแค่ใช้ชื่อแบรนด์ต่างกัน นอกจากนี้ ยังมีแผนผลิตฟิล์มแบบกระจกเอง เพื่อลดต้นทุนเพราะปัจจุบันยังต้องนำชิ้นส่วนบางตัวจากทางญี่ปุ่นทำให้ราคาขายอยู่ที่ระดับ 400 บาทต่อชิ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนจะบุกตลาดเออีซีอย่างอินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า และกัมพูชา ประมาณปลายปีนี้ไม่เกินต้นปีหน้า โดยจะวางขายแค่สินค้าประเภทฟิล์มกันรอยอย่างเดียว แต่ช่วงนี้ก็มีคู่ค้าวางขายสินค้าในบางประเทศแล้ว แต่ยังติดในขั้นตอนการดำเนินงานในแต่ละประเทศหากจะเปิดสาขาอย่างเป็นทางการต่อไปFocus จัดหนักบุกตลาดฟิล์มกันรอย อัดงบ 20 ล้านบาทโปรโมทแคมเปญ “ติดโฟกัส บินลัดฟ้าไปเจแปน” เร่งยอดขายไตรมาสสุดท้ายเพิ่ม 3035% มั่นใจตลาดปี 58 เติบโตต่อเนื่อง ประกาศครองมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1
นายอมรศักดิ์ แดงแสงทอง รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท ดีพลัส อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายฟิล์มกันรอยแบรนด์ Focus เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ตลาดฟิล์มกันรอยและอุปกรณ์เสริมจะมีการขยายตัวมากเป็นพิเศษ เนื่องจากช่วงปลายปีเป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคเลือกซื้อมือถือและอุปกรณ์เสริมใหม่สูงที่สุด อีกทั้งในปีนี้เป็นช่วงที่ค่ายใหญ่ 2 ค่ายเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ Apple iPhone6/ iPhone6Plus และ Samsung Galaxy Note4 ซึ่งบริษัทได้มีการจัดแคมเปญ “ติดโฟกัส ลัดฟ้าไปเจแปน” เพื่อกระตุ้นยอดขายและตอบแทนลูกค้า
ทั้งนี้บริษัทจะใช้งบประมาณจำนวน 20 ล้านบาท สำหรับการโปรโมทแคมเปญผ่านสื่อโฆษณารูปแบบต่างๆ ตลอดจนมีการจัดกิจกรรมกับกลุ่มผู้บริโภคตลอดช่วงเดือน ต.ค.ธ.คนี้ คาดว่าแคมเปญนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายฟิล์มกันรอยขึ้นจากช่วงเวลาปกติราว 3035% และส่งผลให้ปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมาย 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตั้งเป้ารายได้ปีนี้อยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท
“ผู้บริโภคสามารถร่วมกิจกรรม “ติดโฟกัส ลัดฟ้าไปเจแปน” ลุ้นรางวัลแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ฮอกไกโด 6 วัน 4 คืน ได้ง่ายๆ โดยนำรหัสในซองฟิล์มทุกชนิด ไปลงทะเบียนที่http://japan.focusshield.com ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. – 20 ธ.ค. 2557 เพื่อลุ้นตะลุยประเทศญี่ปุ่น กิน ช้อป เที่ยว สัมผัสหิมะที่ฮอกไกโด รวม 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่งจับรางวัลทุกสัปดาห์ รวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท” นายอมรศักดิ์ กล่าว
สำหรับมุมมองตลาดฟิล์มกันรอยและอุปกรณ์เสริมปี 58 จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงสมาร์ทโฟน แท็บเลต ถี่มากขึ้น ขณะที่กลุ่มผู้ใช้เครื่องเดิมยังมีความจำเป็นในการซื้ออุปกรณ์เสริมและฟิล์มกันรอย เพื่อเปลี่ยนแทนของเก่าในลักษณะของสินค้าฟุ่มเฟือย คาดว่ามูลค่าตลาดรวมของฟิล์มกันรอยและอุปกรณ์เสริม มีเม็ดเงินหมุนเวียนในตลาดอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้สัดส่วนการเลือกใช้งานฟิล์มกันรอยของผู้บริโภคชาวไทย แบ่งเป็นฟิล์มประเภทใสด้านทั่วไปประมาณ 65% และฟิล์มที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่นลดรอยนิ้วมือ กันกระแทก ถนอมสายตาประมาณ 35% โดย Focus ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่ง มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 55% ซึ่งในปี 58 บริษัทมีแผนบุกตลาดเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่อง โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้สอดรับกับรุ่นของอุปกรณ์ ความต้องการของผู้บริโภค และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 25% หรือมีรายได้จากการขายอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท







