
กสิกรฯแนะผู้นำเข้าประกันความเสี่ยงค่าเงิน
เงินบาทยังอ่อนค่าต่อเนื่อง จากแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 1 ต.ค. ที่ระดับ 32.45 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงเทียบกับค่าเงินบาทที่ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 26 ก.ย.ที่ 32.28 บาท/เหรียญสหรัฐ ทำให้ธนาคารกสิกรไทยออกมาแนะนำให้ผู้นำเข้ารับมือด้วยการทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
เงินบาทยังอ่อนค่าต่อเนื่อง จากแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 1 ต.ค. ที่ระดับ 32.45 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงเทียบกับค่าเงินบาทที่ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 26 ก.ย.ที่ 32.28 บาท/เหรียญสหรัฐ ทำให้ธนาคารกสิกรไทยออกมาแนะนำให้ผู้นำเข้ารับมือด้วยการทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า กสิกรไทยมองค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง โดยมีเป้าหมายสิ้นปีอยู่ที่ 33 บาท/เหรียญสหรัฐ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าปีหน้าธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลให้กระแสเงินไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ และเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาทและเงินสกุลเอเชียในช่วงปลายปี
อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นค่าเงินบาทอาจมีความผันผวนปรับตัวแข็งค่าขึ้นได้บ้าง เนื่องจากยังมีเงินไหลเข้ามาในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้จากนักลงทุนต่างชาติที่โยกเงินเข้ามาลงทุน และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ในแหล่งที่มีผลตอบแทนที่สูงกว่า โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีเงินไหลเข้าตลาดพันธบัตรของไทยกว่า 1.4 แสนล้านบาท ประกอบกับ คาดการณ์ว่าอาจมีการออกมาตรการผ่อนคลายการเงินรอบใหม่ของธนาคารกลางยุโรปจากการประชุมในวันที่ 2 ต.ค.นี้ ซึ่งหากมีการอัดฉีดสภาพคล่องตามมาตรการใหม่จริง จะทำให้มีเงินอีกระลอกไหลเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ และอาจทำให้เงินบาทและสกุลเพื่อนบ้านแข็งค่าขึ้นได้ชั่วคราว
สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นผู้นำเข้า ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2557 แนะนำให้เริ่มเข้าป้องกันความเสี่ยงด้วยธุรกรรม Forward หรือธุรกรรม Option โดยทยอยซื้อเงินเหรียญสหรัฐ (ต้นปีอยู่ที่ประมาณ 33.15 บาท/เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 32.30 บาท/เหรียญสหรัฐ) และรอจังหวะซื้อเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มหากธนาคารกลางยุโรปมีการเพิ่มมาตรการผ่อนคลายการเงิน ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ที่จะส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งเงินบาทแข็งค่าขึ้นชั่วคราว
จากสถิติของธนาคาร พบว่า ช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการมีการเข้าป้องกันความเสี่ยงในสัดส่วนที่ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากค่าเงินผันผวนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยปี 2556 เงินบาทเคลื่อนไหวระหว่าง 28.56-32.88 บาท/เหรียญสหรัฐ คือเคลื่อนไหวถึง 4.32 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือ 15.1% ขณะที่ในปีนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวระหว่าง 31.75-33.15 บาท/เหรียญสหรัฐ หรืออยู่ในกรอบช่วง 1.40 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือเพียง 4.2% ส่งผลให้การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ประกอบการลดลง
โดยสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงของผู้ประกอบการผ่านธุรกรรม Forward ลดลงเหลือ 39.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่ที่ 43.5% และมีการใช้บัญชีเงินฝากที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ (FCD) เพิ่มขึ้น 73%
ด้านตลาดตราสารหนี้ของไทย กลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังเข้าซื้อตราสารหนี้ของไทยเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายเดือน ส.ค. นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อตราสารหนี้ไทยกว่า 2.6 แสนล้านบาท ขณะที่ภาคเอกชนก็ใช้จังหวะที่อัตราดอกเบี้ยทรงตัว ออกหุ้นกู้เอกชนระยะยาว มูลค่า 4.2 แสนล้านบาทตั้งแต่ต้นปี ถึงปลายเดือน ส.ค. โดยคาดการณ์ว่าจะมีหุ้นกู้เอกชนที่ออกจำหน่ายในปีนี้รวมไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท
ด้าน กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กิจการต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ผู้นำเข้าของไทยคงต้องติดตาม และเตรียมการรับมือค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง เป็นการอ่อนค่าที่เกิดจากการที่เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น เห็นได้จากช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นถึง 6% และมีโอกาสที่แข็งค่าขึ้นอีกจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยุโรป จีน และญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
“เงินบาทมีโอกาสจะอ่อนค่ากว่านี้ได้ แต่บอกไม่ได้ว่าจะอ่อนค่าลงไปถึงระดับเท่าไหร่ เพราะยังเป็นระยะที่เงินดอลลาร์อยู่ระหว่างปรับตัว และช่วงปรับตัวนี้ ประเทศในตลาดเกิดใหม่จะมีปัญหาในการตั้งรับได้หรือไม่ หากมีปัญหาขึ้น ค่าเงินก็จะผันผวนหนัก ผู้นำเข้าจึงต้องเตรียมรับมือไว้” กอบศักดิ์ ระบุ







