posttoday
อินเดียรุกเชื่อมอาเซียนลั่นชัดสนใจ"ทวาย"

อินเดียรุกเชื่อมอาเซียนลั่นชัดสนใจ"ทวาย"

01 ตุลาคม 2557

การเชื่อมโยงระบบโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียนเป็นที่จับตามองของหลายชาติที่ต้องการมาเป็นส่วนหนึ่งของแผน

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

การเชื่อมโยงระบบโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียนเป็นที่จับตามองของหลายชาติที่ต้องการมาเป็นส่วนหนึ่งของแผน เพื่อเพิ่มประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุน เพราะอาเซียนเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

ล่าสุด กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้จัดการประชุมคณะทำงานร่วม ไทยอินเดีย ด้านการเชื่อมโยงและโครงสร้างพื้นฐาน ครั้งที่ 2 และการประชุมคณะทำงานภายใต้โครงการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม อินเดียเมียนมาร์ไทย ครั้งที่ 7 ขึ้น โดยมีตัวแทนจากทั้ง 3 ประเทศ เข้าร่วมหารือกัน

รัตติกุล จันทร์สุริยา รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะส่วนของระเบียงเศรษฐกิจต่างๆ ที่จะเชื่อมโยงกันได้ ซึ่งอินเดียมีแผนพัฒนาการเชื่อมโยงต่างๆ สอดคล้องกับอุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่แค่การพัฒนาถนนหรือระบบขนส่ง

ขณะเดียวกัน อินเดียยังสนใจโครงการทวาย การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและท่าเรือทวาย ฝ่ายไทยให้ข้อมูลว่ายังเป็นโครงการที่รัฐบาลไทยสนับสนุนและอยู่ในแผนการพัฒนาของชาติ อีกทั้งญี่ปุ่นก็ให้ความสนใจโครงการนี้มากขึ้น เพราะมีแนวโน้มที่ญี่ปุ่นจะใช้ทวายเป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมหนัก ขณะที่อินเดียก็มีภาคเอกชนที่มีศักยภาพต้องการเข้าไปลงทุนในโครงการทวาย แต่ขณะนี้ยังรอความชัดเจนอยู่

ด้าน ซานเจ บัตตะจาริยา รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย กล่าวว่า สำหรับโครงการทวายหากดำเนินการสำเร็จจะเป็นส่วนที่เชื่อมโยงกับอ่าวเบงกอล และจะเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ ซึ่งจะเชื่อมอินเดียกับอาเซียนเข้าด้วยกัน โดยอินเดียเห็นถึงความสำคัญเพราะอินเดียมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมไฮเทคและปิโตรเคมีที่จะมาเชื่อมโยงกับทวายได้

“ทวายเป็นโครงการในอนาคตที่อินเดียจับตามอง เพราะจะเป็นฐานการผลิตที่เชื่อมโยงอินเดียกับอาเซียน ซึ่งอินเดียเห็นโอกาสมากมาย ทั้งการพัฒนาท่าเรือและการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมในทวาย”

ซานเจ กล่าวต่อว่า อินเดียต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน โดยทางด้านเศรษฐกิจมีการเจรจาหุ้นส่วนเศรษฐกิจในภูมิภาค (RCEP) ขณะที่ด้านการเชื่อมโยงจะมีทั้งส่วนของโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น ถนน และการเชื่อมโยงระบบ เช่น ระบบศุลกากรให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ขณะที่ รัตติกุล กล่าวเสริมว่า อินเดียยังสนใจที่จะเชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำจากอินเดียมายังท่าเรือระนองที่เพิ่งเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันเปิดให้บริการระยะสั้นจากท่าเรือระนองไปท่าเรือปีนังของมาเลเซีย ในอนาคตอาจจะขยายต่อไปยังกรุงย่างกุ้งของพม่า รวมถึงมีเส้นทางเดินเรือจากอินเดียมายังท่าเรือระนอง หากดำเนินการได้จะช่วยร่นระยะทางการขนส่งไม่ต้องอ้อมไปใช้ท่าเรือแหลมฉบัง

อีกทั้งอินเดียมีนโยบายที่จะพัฒนาพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งอยู่ใกล้กับไทยมาก จึงอยากสร้างให้เป็นส่วนที่เชื่อมโยงกับไทย ต้องการให้ไทยเปิดเส้นทางบินไปยังพื้นที่ดังกล่าว เช่น เมืองกูวาฮาติ รัฐอัสสัม ซึ่งทางกรมการบินพลเรือนได้รับเรื่องไปพิจารณาแล้วขณะเดียวกัน

ขณะที่การประชุมโครงการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม อินเดียพม่าไทย เป็นความร่วมมือสร้างถนนจาก อ. แม่สอด จ. ตาก ผ่านเมืองพุกามของประเทศพม่า ไปจนถึงเมืองโมเร่ของอินเดีย เป็นการสร้างถนน 3 ฝ่าย แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ส่วนของแต่ละประเทศ โดยของประเทศไทยจะเริ่มการก่อสร้างจากแม่สอดเข้าไปยังพม่า ซึ่งมีเป้าหมายจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2559 รวมทั้งจะมีการเชื่อมโยงในเรื่องกฎระเบียบในการใช้เส้นทาง การเดินทางหรือขนส่งข้ามแดน ซึ่งจะทำให้เกิดระเบียงเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

ความร่วมมือในการสร้างถนนจะทำให้อินเดียสามารถเชื่อมต่อกับอาเซียนได้ สอดคล้องกับนโยบาย Look East ของประเทศอินเดีย ซึ่งประเทศอินเดียให้ความสนใจกับอาเซียนมาก โดยมีประเทศไทยและพม่าเป็นจุดเชื่อมโยงเข้าสู่อาเซียน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่