posttoday
กางแผนยักษ์เอเชียหนุนอุตฯการผลิต

กางแผนยักษ์เอเชียหนุนอุตฯการผลิต

01 ตุลาคม 2557

การแข่งขันในเวทีโลกสมัยนี้ต้องคอยจับตาคู่แข่งคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ออกมาตรการมารับมือได้ทันควัน อย่างเช่น กรณีของอินเดียและจีนที่เพิ่งประกาศนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศในเวลาใกล้เคียงกัน

การแข่งขันในเวทีโลกสมัยนี้ต้องคอยจับตาคู่แข่งคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ออกมาตรการมารับมือได้ทันควัน อย่างเช่น กรณีของอินเดียและจีนที่เพิ่งประกาศนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศในเวลาใกล้เคียงกัน

เมื่อเร็วๆนี้ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย ได้ประกาศเปิดตัวแคมเปญ Make in India เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนที่เป็นมิตรกับนักธุรกิจมากขึ้น ผลักดันให้อินเดียเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก โดยรัฐบาลได้ระบุถึง 25 กลุ่มอุตสาหกรรมที่อินเดียมีศักยภาพเป็นผู้นำของโลกได้ อาทิ ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ ไอที เวชภัณฑ์ สิ่งทอ ท่าเรือ การบิน การท่องเที่ยว การรถไฟ

ต้องยอมรับว่า แม้อินเดียเป็นประเทศที่มีศักยภาพหลายด้าน โดยเฉพาะกำลังแรงงานวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก แต่นักลงทุนต่างชาติก็ลังเลที่จะเข้าไปลงทุน เนื่องจากปัญหาระบบราชการที่ทำให้ขั้นตอนต่างๆ ยุ่งยากและล่าช้า รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ แถมบางครั้งความพยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติก็ถูกคัดค้านจากทุนท้องถิ่น

พร้อมกับการประกาศแคมเปญนี้ ทางการอินเดียได้จัดทำเว็บไซต์ Make in India เพื่อให้ข้อมูลการลงทุนในอุตสาหกรรมข้างต้น หากนักลงทุนมีคำถามเกี่ยวกับการทำธุรกิจก็สามารถส่งคำถามผ่านเว็บดังกล่าว โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญมาให้คำตอบภายใน 72 ชั่วโมง ขณะเดียวกันจะมีการทบทวนกฎระเบียบต่างๆ และแก้ไขเพื่อลดความซับซ้อน ทำให้สะดวกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าแคมเปญ Made in China ที่รัฐบาลจีนประกาศออกมาในช่วงเวลาใกล้กันกลับมีรายละเอียดที่ชัดเจนกว่า โดยแคมเปญดังกล่าวมีเป้าหมายกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทค การผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มมากขึ้นในประเทศจีน เพื่อรักษาฐานะการเป็นฐานการผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลกต่อไป มีการระบุถึงระยะเวลาการยกเว้นภาษี เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ ให้ทันสมัย และลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) มากขึ้น เพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศ

เปิดโอกาสให้บริษัทที่ซื้ออุปกรณ์ด้านอาร์แอนด์ดีหรือลงทุนด้านนี้เพิ่มเติมหลังจากวันที่ 1 ม.ค. 2557 เป็นต้นไป หรือลงทุนในสินทรัพย์คงทนจะได้ลดหย่อนภาษี ซึ่งประเมินจากมูลค่าการลงทุน

อีกทั้งจะได้ลดหย่อนภาษีสำหรับการนำเข้าอุปกรณ์ไฮเทคที่จะนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการบิน ชีวเวชศาสตร์ การผลิตรถไฟและต่อเรือ การผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร การผลิตสินค้าไอที และซอฟต์แวร์ต่างๆ

การออกนโยบายครั้งนี้ของจีนมีเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นการพัฒนาด้านเทคนิคของบริษัทต่างๆ โดยเฉพาะนวัตกรรมของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งธุรกิจกลุ่มนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้จีนก้าวขึ้นเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก และเป็นฐานการผลิตยักษ์ใหญ่ของโลก

นักวิเคราะห์เชื่อว่ามาตรการครั้งนี้ของจีนนอกจากจะทำให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมรอบใหม่แล้ว จะกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์คงทนด้วย ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของจีนเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โดย เจิงกัง นักวิเคราะห์จากตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลกของผู้ผลิตจีนและกระตุ้นให้ผลิตสินค้าที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นเองมากขึ้น

นี่คือความพยายามดึงดูดการลงทุนของยักษ์ใหญ่ในเอเชีย ซึ่งไทยก็ต้องพิจารณาแผนดังกล่าวอย่างรอบด้าน ทั้งเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนนอกบ้านและออกมาตรการดึงดูดทุนต่างชาติเข้าประเทศ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่