
วาระแห่งชาติ
รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เป็น “วาระแห่งชาติ” เนื่องจากเห็นแล้วว่าคือรากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย จากสัดส่วน 97% ของธุรกิจในระบบเศรษฐกิจทั้งหมด คือ เอสเอ็มอี
รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เป็น “วาระแห่งชาติ” เนื่องจากเห็นแล้วว่าคือรากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย จากสัดส่วน 97% ของธุรกิจในระบบเศรษฐกิจทั้งหมด คือ เอสเอ็มอี
ทั้งนี้ จากสัดส่วนธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนดังกล่าว มีการจ้างงานกว่า 11.4 ล้านคน หรืออยู่ที่ประมาณ 81% ของการจ้างงานรวมทั้งหมด และหากเทียบสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเป็นจีดีพีเอสเอ็มอีแล้ว มีมูลค่าสูงถึง 4.45 ล้านบาท หรือราว 37% ของจีดีพีประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม อีกหน่วยงานรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอีโดยตรง เตรียมกิจกรรมหลักให้การสนับสนุน 5 ด้าน ดังนี้ 1.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยให้ก้าวขึ้นสู่ซัพพลายเชนของอาเซียน 2.ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางแฟชั่นอาเซียน โดยอุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวโยงกับอุตสาหกรรมย่อยหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องหนังและรองเท้า อัญมณีและเครื่องประดับ
3.การต่อยอดโครงการอุทยานอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปตลอดห่วงโซ่อุปทานให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น 4.เพิ่มมูลค่าสินค้าโอท็อป ด้วยทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา และ 5.เพิ่มผลิตภาพและนวัตกรรมเพื่อการเติบโตของเอสเอ็มอี เป็นนโยบายหนึ่งที่สอดคล้องกับภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
จากแนวทางดังกล่าวที่นอกจากจะใช้งบประมาณดำเนินการจำนวนมากแล้ว และเพื่อไม่ให้เป็นการสูญเปล่าควรจะต้องมีการวัดผลสำเร็จจากเอสเอ็มอีได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมด้วย







