
จับตาโกงข้าว
ปลายเดือน ก.ย.นี้ จะครบกำหนดที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ จะแถลงผลการตรวจสอบสต๊อกข้าว 18 ล้านตัน
ปลายเดือน ก.ย.นี้ จะครบกำหนดที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ จะแถลงผลการตรวจสอบสต๊อกข้าว 18 ล้านตัน
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของหนังสือ “มหากาพย์โกงข้าว” ได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจใน 3 ประเด็น คือ
1.ปริมาณข้าวสารอยู่ครบหรือไม่ และหากมีข้าวหาย ต้องบอกได้ว่าหายไปเท่าใด เพราะแม้ว่าข้อมูลคณะอนุกรรมการปิดบัญชีข้าวฯ ชุดที่มี สุภา ปิยะจิตติ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้สรุปการปิดบัญชีเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2556 พบว่ามีข้าวหาย 2.98 ล้านตัน
แต่ข้อมูลวงในที่ได้ทราบจากวงการค้าข้าวต่างระบุตรงกันว่า ตั้งแต่ต้นปี 2557 มีคำสั่งการให้เจ้าของโกดังซื้อข้าวที่แอบขายออกไปมาเติมให้ครบ และเป็นที่น่าสังเกตว่าการซื้อข้าวสารมาเติมดังกล่าวอยู่ในช่วงเดียวกับที่รัฐบาลยุคนั้นเร่งระบายข้าวออกมาจำนวนมากเพื่อหาเงินจ่ายหนี้ข้าวเปลือก ซึ่งอาจทำให้มีการโยกย้ายถ่ายเทข้าวไปมา
2.คุณภาพข้าวสารเป็นอย่างไร เช่น กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่า มีข้าวสารเสื่อมคุณภาพ 20% ต้องบอกให้ชัดเจนวิธีได้มาซึ่งตัวเลขข้าวสารเสื่อมคุณภาพได้มาอย่างไร เช่น หากได้มาจากการสุ่มตรวจก็ต้องบอกให้ชัด ไม่เช่นนั้นอาจถูกตั้งคำถามถึงที่มาตัวเลขได้
โดยล่าสุดได้ทราบมาว่ามีความพยายามของข้าราชการประจำในการปกปิดตัวเลขปริมาณข้าวเสื่อมสภาพไว้ เพราะเกรงว่าข้าวไทยจะเสียชื่อเสียง ทั้งๆ ที่วงการค้าข้าวก็รู้อยู่แล้วว่าข้าวเสื่อมอยู่ที่ใดบ้าง
และ 3.รัฐบาลต้องนำคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะหากทำไม่ได้จะมีผลต่อความเชื่อถือต่อรัฐบาลที่ประกาศนโยบายปราบทุจริตคอร์รัปชั่น
นพ.วรงค์ ยังระบุว่า กำลังติดตามคดีทุจริตขายข้าวจีทูจี 8.4 ล้านตัน ที่ ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน รมว.พาณิชย์ และเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งคดีนี้จะมีการชี้มูลความผิดกลางเดือน ต.ค.นี้ ส่วนคดีที่อัยการสูงสุดและ ป.ป.ช.จะยื่นฟ้องยิ่งลักษณ์ ฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวนั้น ทราบว่าอัยการสูงสุดและ ป.ป.ช. จะประชุมร่วมกันในวันที่ 10 ต.ค.นี้







