
วรรณมองแนวรับ1,520จุด
ระยะสั้นหุ้นแกว่งรอปัจจัยหนุนฟิลลิปลุ้นเงินยุโรปซบตราสารหนี้ไทย
ระยะสั้นหุ้นแกว่งรอปัจจัยหนุนฟิลลิปลุ้นเงินยุโรปซบตราสารหนี้ไทย
บลจ.วรรณมองหุ้นแกว่ง 1,520-1,600 จุด นักลงทุนรอปัจจัยหนุน “ฟิลลิป” แนะทยอยซื้อเฉลี่ยทุกเดือน
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นคาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ประมาณ 1,520-1,600 จุด เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอดูสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากดัชนีปรับฐานลงมาแตะระดับต่ำกว่า 1,530 จุด บริษัทพร้อมออกกองทุนทาร์เก็ตฟันด์เข้าซื้อหุ้น
สำหรับปัจจัยในประเทศ ได้แก่ นโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจใหม่ๆ เพิ่มเติมของภาครัฐ ทั้งในส่วนของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณส่วนค้างท่อในปี 2557 และงบใหม่สำหรับปี 2558 ความชัดเจนด้านการปรับโครงสร้างภาษี รวมทั้งปัจจัยต่างประเทศ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อท่าทีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงปริมาณเพิ่มเติมของธนาคารกลางต่างๆ เป็นต้น
ทั้งนี้ ล่าสุดกองทุนเปิดวรรณ อิคควิตี้ สปอท 5/2 ฟันด์ (ONESPOT5/2) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2557 สามารถปิดกองทุนด้วยมูลค่าหน่วยลงทุนแตะผ่านระดับ 10.53 บาท/หน่วย หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน 5.3% สูงกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5% โดยบริษัทจะดำเนินการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเพื่อไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนเปิด วรรณ เดลี่ โดยมีราคารับซื้อคืนอยู่ที่ 10.5300 บาท/หน่วย ซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหรือสับเปลี่ยนออกจากกองทุนเปิดวรรณ เดลี่ ได้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. 2557 เป็นต้นไป
สำหรับกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้กองทุนประสบความสำเร็จ คือ การคัดเลือกหุ้นโดยเฉพาะหุ้นที่มีมูลค่าหุ้นยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับราคาปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งผลักดันให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (เอ็นเอวี) ของกองทุนสามารถดีดตัวขึ้นแตะระดับดังกล่าวได้ตามที่คาดการณ์ไว้ หลังจากบริษัทประสบความสำเร็จจากการส่งกองทุนประเภททาร์เก็ตฟันด์ที่ลงทุนในหุ้นในประเทศและหุ้นจีนไปแล้วตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันจำนวน 4 กองทุน
อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนเติบโตได้มากขึ้นตาม เนื่องจากเศรษฐกิจกลุ่มอาเซียนมีการเชื่อมโยงกับการส่งออกไปยังต่างประเทศค่อนข้างมาก รวมทั้งการขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศจากมาตรการการสนับสนุนของภาครัฐก็น่าจะผลักดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มขึ้นและส่งผลให้กระแสเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นกลุ่มอาเซียนได้มากขึ้นในระยะถัดไป
“ในช่วงนี้แนะนำให้นักลงทุนเริ่มกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน ซึ่งยังมีศักยภาพการเติบโตได้อีกมาก” นายวิน กล่าว
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นสัปดาห์นี้คาดว่าปัจจัยภายนอกน่าจะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยมากกว่าปัจจัยภายในโดยเฉพาะการประชุมของเฟด ซึ่งหากมีการส่งสัญญาณว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น อาจจะส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยอาจย่อตัวลงมาได้ นอกจากนี้ยังต้องติดตามอัตราเงินเฟ้อของยุโรปในวันที่ 17 ก.ย. 2557 ส่วนเหตุการณ์ในยูเครนและรัสเซียยังไม่มีทิศทางที่แน่ชัด ซึ่งอาจจะยืดเยื้อต่อไปอีก
สำหรับปัจจัยในประเทศนั้น การบริหารงานของรัฐบาลยังค่อยเป็นค่อยไป โดยเน้นด้านการปฏิรูปเพื่อความมั่นคงในระยะยาว ส่วนความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นยังต้องติดตามต่อไป
“ดัชนียังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ โดยมองแนวต้านที่ 1,600 จุด ส่วนแนวรับ 1,565 จุด โดยช่วงนี้แนะนำให้เฉลี่ยซื้อทุกเดือน เพื่อลดความผันผวนกับกองทุนหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” นายสานุพงศ์ กล่าว







