posttoday
‘AKR’วางเป้า ทะยานปีหน้าได้ดีรัฐลงทุน

‘AKR’วางเป้า ทะยานปีหน้าได้ดีรัฐลงทุน

18 กันยายน 2557

AKR ฟุ้งปีหน้าสดใสรัฐเดินหน้าลงทุนระบบสายส่งไฟฟ้าดันใช้หม้อแปลงพุ่งรอลุ้นโซลาร์หากเดินหน้า

AKR ฟุ้งปีหน้าสดใสรัฐเดินหน้าลงทุนระบบสายส่งไฟฟ้าดันใช้หม้อแปลงพุ่งรอลุ้นโซลาร์หากเดินหน้า

นายดนุชา น้อยใจบุญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม (AKR) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทจัดทำแผนธุรกิจในปี 2558 เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งคาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 1520% ภายหลังจากเห็นนโยบายที่ชัดเจนของภาครัฐโดยเฉพาะการลงทุนในการปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้า ซึ่งจะมีการใช้งบลงทุนประมาณ 1.7 แสนล้านบาท โครงการโซลาร์รูฟท็อปค้างท่อ 57 เมกะวัตต์ โครงการโซลาร์ฟาร์ม จำนวน 576 เมกะวัตต์ โครงการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 800 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการเหล่านี้จะทำให้มีความต้องการใช้หม้อแปลงเกิดขึ้นอย่างแน่นอนประมาณ 1,300 ลูก และบริษัทมั่นใจว่าจะมีส่วนแบ่งประมาณ 3040% ของความต้องการหม้อแปลงที่จะเกิดขึ้น

“ทุกวันนี้ AKR ถือว่าเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดหม้อแปลง มีส่วนแบ่งทางการตลาดเกินกว่า 25% ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากนโยบายรัฐอย่างแน่นอน”

นายดนุชา กล่าวว่า โครงสร้างทางการเงินมีความแข็งแกร่งขึ้นหลังเพิ่มทุนนำไปชำระหนี้คืนให้กับบริษัทลูก และขณะนี้บริษัทมีหนี้กับสถาบันการเงินประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าภายใน3 ปี จะชำระหนี้คืนทั้งหมด ทำให้บริษัทมีสถานะไม่มีหนี้สินเลย

สำหรับแนวโน้มผลดำเนินงานที่เหลือของปี 2557 นายดนุชา กล่าวว่า มีแนวโน้มเติบโตดีขณะนี้มีงานในมือ 1,100 ล้านบาท ที่จะรับรู้รายได้ในปีนี้ เฉพาะในงวดไตรมาส 4 รายได้จะทำได้มากที่สุด เพราะส่งมอบให้กับลูกค้า คาดว่ารายได้ทั้งปีจะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เฉพาะในส่วนของธุรกิจหม้อแปลงเพียงอย่างเดียว แต่หากรวมค่าบริการและอื่นๆ ด้วยน่าจะอยู่ที่ 2,400 ล้านบาท

“ตอนนี้ทำงานติดต่อกัน 6 วันในการผลิตหม้อแปลงให้กับลูกค้าและล่าสุดได้มีการลงทุนในเรื่องเครื่องจักรเพิ่ม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับการเติบโตในอนาคต”

ทั้งนี้ ธุรกิจหม้อแปลงของบริษัทจะเป็นลักษณะทำตามคำสั่งซื้อของลูกค้า จึงไม่มีในเรื่องของสต๊อกมาเกี่ยวข้องและถ้าหากราคาวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็สามารถปรับราคาขายตามขึ้นได้ ดังนั้นอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ของธุรกิจนี้จะอยู่ที่ประมาณ 25% ขณะนี้อัตรากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 7-10%

นอกจากนั้น บริษัทลูกคือ เอกรัฐโซล่าร์ ที่ทำธุรกิจผลิตแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะได้รับอานิสงส์โดยตรงหากโครงการลงทุนพลังงานทางเลือกมีความชัดเจนจากนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในเรื่องของอัตราค่าไฟส่วนเพิ่ม (แอดเดอร์) ที่เดิมจะจ่ายให้เป็นขั้นบันไดจะลดเหลือเป็นอัตราเดียว 5.66 บาท หากเหลืออัตราเดียวจะไม่จูงใจให้เกิดการลงทุนเพราะจะใช้เวลาในการคุ้มทุนนานถึง 12 ปี ต่างจากการจ่ายแบบขั้นบันไดซึ่งขณะนี้ยังรอความชัดเจนอยู่ ซึ่งเป็นส่วนหนุนธุรกิจให้กับเอกรัฐได้อีกเช่นกัน

ด้าน นายวิวัฒน์ แสงเทียน ที่ปรึกษา AKR กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจโซลาร์เซลล์ ได้ทำหนังสือถึงสภาอุตสาหกรรมเพื่อให้ยื่นถึงรัฐบาลให้มีการทบทวนเรื่องการจ่ายค่าไฟส่วนเพิ่ม ถ้าหากจ่ายตามนโยบายที่จะออกมาจะไม่จงใจให้เกิดการลงทุน เพราะใช้เวลานานกว่า 12 ปีถึงจะคุ้มทุนและการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวก็จะมีผลต่อผู้ประกอบการที่ต้องขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินด้วย เนื่องจากต้องใช้เวลานานถึง12 ปีถึงจะมีรายได้ถึงจุดคุมทุน ทำให้การขอสนับสนุนทางด้านการเงินเป็นไปได้ยาก

ขณะนี้บริษัทจดทะเบียนและบริษัทที่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่างให้ความสนใจทำธุรกิจโซลาร์และมองหาโอกาสในการได้มาของใบอนุญาต

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่