
ครม.อนุมัติออมสินปล่อยกู้ช่วยเอกชน3จว.ใต้
ครม.ไฟเขียวะนาคารออมสินให้สินเชื่อดอกเบี้ย 1.5% วงเงิน 2.5หมื่นล้านบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอกชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ครม.ไฟเขียวะนาคารออมสินให้สินเชื่อดอกเบี้ย 1.5% วงเงิน 2.5หมื่นล้านบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอกชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) อนุมัติให้ธนาคารออมสินดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท มีระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 2554 - 31 ธ.ค. 2556 เพื่อบรรเทาผลภาระดอกเบี้ยและเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการฟื้นฟูกิจการของผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดภาคใต้ โดยธนาคารออมสินจะให้กู้ยืมเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ( เอ็กซิมแบงก์ ) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส. ) ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ธนาคารออมสินจะคิดดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินในอัตรา 0.01 % และให้สถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยจากผู้ประกอบการในอัตรา 1.5 % สำหรับคูณสมบัติของผู้ประกอบการที่ได้รับการช่วยเหลือ จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย หรือ นิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่า 50 % ของทุนจดทะเบียน ประกอบกิจการการผลิต การให้บริการ ค้าส่งและค้าปลีก ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยต้องมีสถานประกอบการอยู่ในเขตจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส และมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินในพื้นที่ รวมถึงการรับซื้อหรือรับโอนกิจการ เพื่อดำเนินธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าว
"เป็นการดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่16 มิ.ย. 2552 ที่ต้องการให้ธนาคารออมสินเข้ามาทำหน้าที่แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท. ) โดยให้เตรียมโอนวงเงินล็อตแรก 3,000 ล้านบาท ให้กับทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ศอบต. ในเดือน มิ.ย. นี้ ส่วนที่เหลืออีก 2.2 หมื่นล้านบาทให้ออมสินดำเนินการต่อไป" นายวัชระกล่าว
ทั้งนี้กำหนดให้ธนาคารออมสินให้กู้ยืมผ่านสถาบันเงินตามจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยผู้ประกอบการ ซึ่งแต่ละฉบับต้องไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท สำหรับกิจการด้านการผลิต กำหนดอายุตั๋วสัญญาใช้เงินไม่เกิน 360 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋ว สำหรับกิจการอื่นๆ กำหนดไว้ไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋ว







