
บุกเกษตรเขมรเวียดนาม
บีโอไอพาผู้ประกอบการหาช่องลงทุนคาดปีหน้าไทยขยายธุรกิจนอกคึกคัก
บีโอไอพาผู้ประกอบการหาช่องลงทุนคาดปีหน้าไทยขยายธุรกิจนอกคึกคัก
บีโอไอพาทุนไทยบุกภาคเกษตรกัมพูชา เวียดนาม เชื่อปีหน้าธุรกิจลงทุนนอกคึกคัก
นางศิริพร นุรักษ์ ผู้อำนวยการระดับสูง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ปีนี้บีโอไอมีนโยบายนำนักธุรกิจไทยไปดูลู่ทางการลงทุนในต่างประเทศเป็นรายคลัสเตอร์มากขึ้น โดยในวันที่ 2024 ก.ย. จะพาไปประเทศกัมพูชาและเวียดนาม ซึ่งจะเน้นเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและเครื่องจักรกลทางการเกษตร ซึ่งทั้งสองประเทศมีศักยภาพและความพร้อมรองรับการลงทุนในสองสาขานี้มาก
ทั้งนี้ บีโอไอจะให้ข้อมูลการลงทุนที่น่าสนใจเพื่อให้นักธุรกิจสามารถศึกษาโอกาสและศักยภาพของการลงทุนในแต่ละพื้นที่ที่มีความสำคัญ เช่น พบปะหารือกับนักธุรกิจและหอการค้าจังหวัดพระตะบองและกัมปงจาม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การลงทุนของนักธุรกิจในกรุงพนมเปญ พบกงสุลใหญ่และทูตพาณิชย์ประจำกรุงโฮจิมินห์ และเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษแมนฮัตตันในจังหวัดสวายเรียง บริเวณชายแดนกัมพูชาและเวียดนาม ซึ่งโดดเด่นด้านการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ และเกษตรแปรรูป
ข้อมูลของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกัมพูชา ระบุว่า เมื่อปี 2554 มีบริษัทไทยได้รับการส่งเสริมการลงทุน 82 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 363.35 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา พบว่ามีบริษัทไทยจดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจ 125 บริษัท ในหลากหลายประเภท เช่น ตัวแทนนำเข้าสินค้าจากไทย ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ออกแบบและก่อสร้าง สถานีโทรทัศน์ สายการบิน โรงพยาบาล โรงงานผลิตวัสดุก่อสร้าง เกษตรแปรรูป และโรงงานผลิตอาหารสัตว์ เป็นต้น
นอกจากนี้ บีโอไอยังจัดทริปไปอีกหลายประเทศ โดยปีนี้เน้นประเทศกลุ่มอาเซียน เช่น พม่า อินโดนีเซีย ที่มีความโดดเด่นในหลายคลัสเตอร์ ส่วนนอกอาเซียนมีเป้าหมายที่แอฟริกา ซึ่งมีอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพหลายกลุ่ม เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ และพลังงานทดแทน
นางศิริพร กล่าวต่อว่า การออกไปลงทุนในต่างประเทศของไทยคาดว่าจะกลับมาคึกคักในปี 2558 เนื่องจากรัฐบาลจะมีการสนับสนุนที่ชัดเจนมากขึ้น และนโยบายการส่งเสริมฯ ตามยุทธศาสตร์ใหม่ของบีโอไอก็จะเริ่มมีผลบังคับในปี 2558 ซึ่งตามยุทธศาสตร์ใหม่จะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมออกไปลงทุนต่างประเทศชัดเจนมากกว่านโยบายเดิม
สำหรับมูลค่าการออกไปลงทุนต่างประเทศของธุรกิจไทยนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยรวบรวมข้อมูลและประเมินว่า ปีนี้จะมีมูลค่าใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ซึ่งมีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท แต่ในปีหน้าเมื่อมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศชัดเจนขึ้น คาดว่ามูลค่าจะมากกว่าปีนี้
ทั้งนี้ กิจกรรมการดูลู่ทางการลงทุนในต่างประเทศของบีโอไอเป็นกิจกรรมที่ทำควบคู่กับการให้ความรู้ด้านอื่นๆ แก่ผู้ประกอบการ โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่กองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ โทร. 02-553-8139 หรือ 02-553-8233







