
แนะขายหุ้น BEC
ผลการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) สั่งห้ามผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีนำ “ช่อง 3 อะนาล็อก” ไปออกอากาศภายใน 15 วัน ฝ่าฝืนเพิกถอนใบอนุญาต ขณะที่ช่อง 3 ส่งทนายความยื่นฟ้องกรรมการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้งนี้ทีวีดาวเทียมและเคเบิลรวมกันมีอัตราเข้าถึงเกือบ 70% ของครัวเรือนไทย ผลกระทบทำให้จำนวนผู้ชมช่อง 3 ของบริษัท บีอีซี เวิลด์ (BEC) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หากผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลหยุดออกอากาศช่องของ BEC
ผลการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) สั่งห้ามผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีนำ “ช่อง 3 อะนาล็อก” ไปออกอากาศภายใน 15 วัน ฝ่าฝืนเพิกถอนใบอนุญาต ขณะที่ช่อง 3 ส่งทนายความยื่นฟ้องกรรมการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้งนี้ทีวีดาวเทียมและเคเบิลรวมกันมีอัตราเข้าถึงเกือบ 70% ของครัวเรือนไทย ผลกระทบทำให้จำนวนผู้ชมช่อง 3 ของบริษัท บีอีซี เวิลด์ (BEC) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หากผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลหยุดออกอากาศช่องของ BEC
นักวิเคราะห์ในตลาดเห็นความเสี่ยงด้านกฎระเบียบต่อ BEC
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาตให้ความเห็นว่า ตามที่ กสทช.ประกาศให้ช่องอะนาล็อกของ BEC สามารถผ่านเสาก้างปลาเท่านั้น ซึ่งมีอัตราการเข้าถึงเพียง 30% ในไทย หากช่องของ BEC ห้ามออกอากาศบนแพลตฟอร์มทีวีหลัก จะส่งผลต่อบริษัทซื้อโฆษณาที่มีเป้าหมายผู้ชมทั่วประเทศ
ดังนั้นจึงเชื่อว่า BEC จะแก้ปัญหานี้โดย
ประการแรก สมัครใบอนุญาตทีวีดาวเทียมและเคเบิล ซึ่งจะทำให้ BEC สามารถออกอากาศช่องอะนาล็อกบนทีวีดาวเทียมและเคเบิลได้ แม้มีจำนวนนาทีโฆษณาลดลง กฎอนุญาตให้มีจำนวนนาทีโฆษณาสูงสุดไม่เกิน 6 นาที/ชั่วโมง บนแพลตฟอร์มช่องทีวีดาวเทียมและเพย์ทีวี เทียบกับมากสุด 12 นาที/ชั่วโมงบนช่องอะนาล็อก
ประการที่สอง การโอนถ่ายคอนเทนต์บนอะนาล็อกไปออกอากาศผ่านดิจิทัลทีวี ซึ่งทำให้อยู่ภายใต้กฎ mustcarry โดยอัตโนมัติ (ทำให้สามารถออกอากาศในทุกแพลตฟอร์มรวมถึงทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี และเพย์ทีวี) เพราะ BEC มีใบอนุญาตดิจิทัลทีวี 3 ช่อง
ในกรณีนี้ จะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มต่อ BEC อีกเป็นส่วนแบ่งรายได้ให้ กสทช. 4% บนช่องดิจิทัลทีวี และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการโอนถ่ายเนื้อหา
ดังนั้นจึงเห็นประมาณการกำไร BEC ลดลง 3% ใน 2557 และ 8% ใน 2558-2563 ดังนั้นจึงคาดว่าราคาเป้าหมายอิงกระแสเงินสดส่วนลด 12 เดือน จะลดลง 3%
ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) มองว่าเรื่องการออกอากาศช่อง 3 ผ่านดาวเทียมและเคเบิลทีวียังเป็นตัวฉุดกับหุ้น BEC และไม่แน่นอนว่าเรื่องจะจบอย่างไร ในเชิงกลยุทธ์จึงต้องให้รอดูสถานการณ์ไปก่อน
ขณะที่ “ดิษฐนพ วัธนเวคิน” นักวิเคราะห์การลงทุน บล.เคเคเทรด ให้ความเห็นว่า คงต้องมีการเจรจากันระหว่าง กสทช.และช่อง 3 เพื่อให้มีการออกอากาศ มิเช่นนั้นช่อง 3 จะไม่สามารถเข้าถึงครัวเรือนที่ชมทีวีเคเบิลประมาณ 60-70% และมีผลต่อโฆษณา
ดังนั้น จึงคงแนะนำ “ขาย” หุ้น BEC แม้ผลกระทบต่อมูลค่าเหมาะสมไม่มาก แต่การเกิดทีวีดิจิทัลเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นนี้ เนื่องจากทำให้การแข่งขันเพิ่มขึ้นขณะที่โอกาสจากการหารายได้เพิ่มขึ้นจากช่องทีวีที่ประมูลมาได้ 3 ช่อง คาดว่าไม่ทำให้กำไรเติบโตโดดเด่นมากนัก เนื่องจากฐานกำไรต่อปีเดิมสูงอยู่แล้ว และที่สำคัญราคาหุ้น BEC ยังสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่ประเมินที่ 41.6 บาท
ทั้งนี้ การออกอากาศคู่ขนานบนแพลตฟอร์มทีวีดิจิทัลในช่องที่ประมูลได้ จะทำให้ยังขายเวลาโฆษณาได้ 12 นาที/ชั่วโมง และเข้าถึงผู้ชมทั่วประเทศได้เหมือนเดิม แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มราว 400-600 ล้านบาท/ปี จากค่าธรรมเนียมรายปีของการออกอากาศบนแพลตฟอร์มทีวีดิจิทัล เนื่องจากยังคงรักษาฐานผู้ชมไว้ได้และไม่กระทบรายได้ค่าโฆษณา
การไม่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีจาก กสทช. จะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100-150 ล้านบาทในปี 2557 และ 400-600 ล้านบาท ในช่วงปี 2558-2562 ซึ่งจะทำให้มูลค่าเหมาะสมลดลงจากเดิม 60 สตางค์ เหลือ 41 บาท หรือคิดเป็นเพียง 1% เท่านั้น







