posttoday
เตือนไทยระวังตัว เปิดเสรีการเงินอียู

เตือนไทยระวังตัว เปิดเสรีการเงินอียู

01 มิถุนายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — ธนาคารพาณิชย์เตือนรัฐเจรจาเปิดเสรีการเงินเอฟทีเอไทยอียู ไม่ควรเปิดประตูให้เต็มรูปแบบ ชี้ภาคการเงินอียูยังล้ำหน้าไทยมาก แนะต้องให้สอดคล้องกับแผนพัฒนสถาบันการเงินของไทย

นายอัครพล ลีลาจินดามัย ผู้ช่วยเลขานุการ รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนในเรื่องการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทยสหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนกลุ่มสาขาการธนาคาร มีความเห็นสอดคล้องกันว่าหากไทยจะเปิดเสรีจะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอนุญาตให้ธนาคารจากอียูสามารถให้บริการทางการเงินข้ามพรมแดนเข้ามายังไทย

ทั้งนี้ เพราะยังมีช่องว่างและความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องกฎระเบียบด้านการคุ้มครองนักลงทุนและผู้บริโภคระหว่างไทยกับอียู โดยยอมรับว่าธนาคารของไทยมีความเสียเปรียบด้านการแข่งขัน ทั้งด้านราคาและนวัตกรรมทางการเงินที่ธนาคารจากอียูล้ำหน้าไทยอยู่มาก

ทั้งนี้ หากมีการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีกับอียู สิ่งที่ไทยต้องคำนึงในส่วนของภาคธนาคาร ประกอบด้วย การบริการทางการเงินข้ามพรมแดน ต้องระวังเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคและนักลงทุนที่ใช้บริการด้านการเงินเนื่องจากสถาบันที่ให้บริการไม่ได้ตั้งอยู่ในประเทศไทย จึงอาจมีปัญหาเรื่องการคุ้มครองบริการทางการเงินข้ามพรมแดนได้ รวมทั้งการใช้บริการทางการเงินในต่างประเทศ โดยทั่วไปไม่น่าจะมีปัญหา ยกเว้นข้อปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งอาจมีข้อแตกต่างเรื่องการกำกับดูแลของบัญชีเงินบาทและบัญชี nonresidence

นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาการเข้ามาตั้งธุรกิจในไทย ซึ่งถ้าหากเป็นกรณีของสถาบันการเงินก็ต้องดูกฎระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง รวมทั้งแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินของไทย อย่างไรก็ตามบริการด้านการเงินมีขอบเขตกว้างขวาง โดยเกี่ยวข้องทั้งทางด้านการประกันภัยหลักทรัพย์ หรือบริการด้านการเงินอื่นๆที่ต้องพิจารณาในรายละเอียดต่อไป และการที่บุคคลต่างชาติจะเข้ามาทำงานในสถาบันการเงินในประเทศนั้น นอกจากจะมีระเบียบที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงแรงงาน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว จะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย

นายอัครพล กล่าวว่า ผู้แทนจากภาคธนาคารส่วนใหญ่เห็นว่า ปัจจุบันการเปิดเสรีในส่วนของการให้เข้ามาจัดตั้งธนาคารและการเปิดสาขาในประเทศไทย น่าจะมีอุปสรรคน้อยกว่าในอดีต เนื่องจากได้มีการเปิดเสรีหรือผ่อนคลายความเข้มงวดมาระดับหนึ่งแล้ว หากไทยตัดสินใจที่จะเข้าสู่กระบวนการเจรจาเปิดเสรีกับอียู ก็ควรจะต้องค่อยเป็นค่อยไป และสอดคล้องกับแผนหรือกรอบพัฒนาสถาบันทางการเงินของไทย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันและพัฒนาในระบบธนาคารของไทยในอนาคต

ปัจจุบันแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินของไทย อยู่ในระยะที่ 2 ระหว่างปี 25532557 โดยแนวนโยบายสำคัญของแผนดังกล่าวมุ่งที่จะลดต้นทุนของระบบ ส่งเสริมการแข่งขันและการเข้าถึงบริการทางการเงิน และส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทย

m

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่