
CIMBชูยูโรไฮยิลด์
กระจายลงทุนกว่า200บริษัทในยุโรปรับเศรษฐกิจฟื้น/จ่ายสูง68%
กระจายลงทุนกว่า200บริษัทในยุโรปรับเศรษฐกิจฟื้น/จ่ายสูง68%
บลจ.ซีไอเอ็มบีฯ ออกกองทุนใหม่ ลงทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงบริษัทชั้นนำในยุโรป
นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดกองทุนซีแพม ยูโร ไฮ ยิลด์ มูลค่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ลงทุนในตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง เปิดขายหน่วยลงทุนในวันที่ 8-12 ก.ย.นี้ กำหนดการจองซื้อขั้นต่ำ 5.1 แสนบาท และมูลค่าการซื้อครั้งต่อไป 5,000 บาท
ทั้งนี้ กองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลัก UBS Euro High Yield Bond Fund ซึ่งบริหารจัดการโดย UBS Global Asset Management บริษัทจัดการลงทุนชั้นนำในยุโรปและเป็นผู้จัดการกองทุนที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีขนาดกองทุนใหญ่กว่า 4,990 ล้านยูโร หรือประมาณ 2.1 แสนล้านบาท ณ วันที่ 31 ก.ค. 2557
“ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานักลงทุนส่วนมากเลือกลงทุนในหุ้น โดยคาดหวังผลตอบแทนที่สูง แต่ต้องยอมรับความผันผวนของราคา ซึ่งเรามองว่านักลงทุนยังมีทางเลือกการลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีแต่มีความเสี่ยงไม่สูงมากนัก ซึ่งเรามองเห็นโอกาสการลงทุนในตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงยุโรป” นายจุมพล กล่าว
สำหรับสาเหตุเนื่องจากเศรษฐกิจภูมิภาคยุโรปอยู่ในช่วงการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการเงินเชิงผ่อนคลายที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำและทรงตัวต่อเนื่องถึงปลายปี 2558 ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยต่ำลงไปอีก โดยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือเพียง 0.05% และดอกเบี้ยเงินฝากสู่ระดับติดลบ 0.2% ซึ่งนับเป็นมาตรการหนึ่งเพื่อที่จะกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ ผลักดันให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืด
นอกจากนี้ อีซีบียังประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยจะเข้าซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ABS) วงเงิน 7 แสนล้านยูโร โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557 เป็นต้นไป รวมทั้งนโยบายการเพิ่มสภาพคล่องของธนาคารที่จะใช้การอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการดำเนินการในตลาดการเงิน เริ่มรอบแรกในวันที่ 18 ก.ย.นี้
นายจุมพล กล่าวว่า บริษัทมองว่าเมื่อเศรษฐกิจภูมิภาคยุโรปสามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในช่วง 1-2 ปีนี้ และจะส่งผลให้ประเทศต่างๆ มีฐานะทางการเงินและการคลังที่ดีขึ้น การเพิ่มการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเอื้อต่อผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ให้มีการปรับตัวดีขึ้น และส่งผลต่อการปรับอันดับความน่าเชื่อถือทั้งในส่วนเครดิตประเทศและบริษัทให้มีอันดับความน่าเชื่อถือดีขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลบวกต่อราคาตราสารหนี้ให้มีการปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึงโอกาสที่จะทำกำไรจากราคาตราสารหนี้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
สำหรับการลงทุนของผู้จัดการกองทุนหลักจะคัดเลือกตราสารหนี้เอกชนชั้นนำ โดยกระจายการลงทุนในตราสารมากกว่า 200 บริษัทในหลายอุตสาหกรรมในยุโรปที่ให้ผลตอบแทนสูง และถือครองตราสารลงทุนกว่า 400ตราสาร ดังนั้นน้ำหนักการลงทุนโดยเฉลี่ยต่อตราสารเพียง 0.23% และมีอายุเฉลี่ยของตราสารที่ลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยประมาณ 3.5 ปี ซึ่งเหมาะสมกับทิศทางเศรษฐกิจของยุโรปในปัจจุบัน ด้านการคัดเลือกตราสารหนี้ที่ลงทุน จะเน้นการประเมินพื้นฐานของบริษัทและเน้นการบริหารความเสี่ยงของการลงทุนในแต่ละตราสาร และให้ความสำคัญต่อการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมเป็นหลัก โดยคาดว่ามีโอกาสจะสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนเฉลี่ยประมาณ 68% ต่อปี
นอกจากนี้ กองทุนเปิดซีแพม ยูโรไฮ ยิลด์ มีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุ
ทั้งนี้ กองทุนหลักถือเป็นกองทุนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นได้รับรางวัล Lipper Award 5 ปีติดต่อกัน (นับตั้งแต่ปี 2010-2014) และได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจาก MorningStar โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนในตราสารหนี้ หลักทรัพย์ ซึ่งมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระหว่าง CCC และ BB+ (S&P) ส่วนตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับต่ำกว่าระดับ CCC กองทุนจะลงทุนไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน







